ตอนแรกใช้เวลาถกเถียงกันอยู่นานว่า หยุดยาวจะไปเที่ยวที่ไหน และฮานอย เมืองหนึ่งในประเทศเวียดนามก็แวบเข้ามาในหัว ประกอบกับเห็นพวกรีวิวเที่ยวเวียดนามพอดิบพอดี แต่ไปฮานอย เที่ยวในเมืองทั้งที ทำไมจะทำทริปตระเวนกินแบบในไทยไม่ได้ล่ะ ได้โอกาสทั้งทีเลยนำทางเพื่อน (ด้วย Google map) หาร้านอร่อย ๆ แต่สรุปอยากจะเดินหาร้านชิว ๆ กลับกลายเป็นทริปเที่ยวหาร้านหลบฝนแทนเสียนี่

                               ก็เพราะช่วงเดือนกรกฎาคมคือช่วงที่พายุเข้าสู่เวียดนามตอนบน เมื่อช่วงวันหยุดมาปะทะกับฟ้าฝน เลยขอถือโอกาสนี้กลายเป็นแนะนำร้านนั่งชิวหลบฝนของเมืองฮานอยให้สำหรับคนที่กำลังเปิดหาร้านนั่งซักร้าน ระหว่างที่เดินเที่ยวในเมืองจนเมื่อยขามาให้ดูกัน อ่า..แต่ทริปนี้ผู้ร่วมทางไม่มีใครนิยมกาแฟ อาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่หาเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กาแฟได้เช่นกันนะ เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟเอามากๆ แต่ดันไม่มีใครกินอ่ะ


ร้าน Highlands Coffee

                              เป็นคาเฟ่ที่มีหลายสาขาในเมืองฮานอย บางจุดตั้งอยู่ชั้นบนเห็นวิวเมือง บางจุดตั้งอยู่ริมทะเลสาบ เมื่อตอนเข้าร้านก็แอบคิดว่าจะนั่งพักขาซักครู่ สรุป อ้าว..ฝนตก! เป็นการตกล๊อตแรกต้อนรับการเที่ยวในเมือง เราจึงต้องนั่งในร้านหาเครื่องดื่มมากิน ชมวิวด้านนอกไปซักพัก ตัวเมนูส่วนใหญ่เป็นกาแฟ แต่ชาร้านของเขาก็ดีงามอยู่ไม่แพ้กัน

                                                    รอคิวเครื่องดื่ม

                                   ด้วยความที่ทางร้านมีคนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงมีระบบคิวแบบคาเฟ่ทั่วไปของไทย เมื่อสั่งเสร็จก็มานั่งรอ พอสัญญานดังก็ไปรับเครื่องดื่ม ถ้าทานที่ร้านส่วนมากเขาจะไม่ปิดฝาให้ แต่สามารถขอฝาได้เน้อ และที่เขาไม่ปิดฝาให้เพราะอะไรก็ต้องมาลองดูเครื่องดื่มของเขาแต่ละอย่างกันก่อน เมนูแรกเป็นความเบสิคของปุถุชน ชาเขียวปั่นใส่วิปครีม ตัวชาเขียวจากคำนิยามของเพื่อนเขาว่าโอเค แต่ที่พิเศษคือในชาเขียวปั่นมีวุ้นชาเขียวผสมอยู่ด้วย ตัวนี้ราคา 59,000 ดอง หรือประมาณ 78 บาท

                                                       ชาเขียว

                                นี่คือคำตอบ เครื่องดื่มของเขามีเครื่องพวกวุ้นให้ต้องตักกิน ทางร้านเลยไม่ได้ปิดฝาให้หากไม่ใช่ความต้องการของลูกค้า เมนูถัดมาเป็นของเราเองงง เห็นภาษาเวียดนามแปลมาว่าเป็นชาใส่วุ้นพีช ด้วยความชื่นชอบพีช ก็เลยลองสั่งดู ตัวชาเป็นชานม รสชาติอ่อน ๆ ข้างใต้มีวุ้นพีช และพีชเชื่อมใส่เข้ามาด้วย ตัวนี้ราคา 49,000 ดอง หรือประมาณ 65 บาท

                                                             ชาพีช

                         ทางสาขาที่เราไปเป็นร้านที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ชั้นแรกเป็นห้องแอร์ ชั้นสองเป็นชั้นลอยให้ชมวิวทะเลสาบ ข้างๆเป็นร้านเช่าเรือนกปั่นในทะเลสาบได้ เป็นกิจกรรมที่น่าลอง หากไม่ฝนตกนะ ที่เราไปเป็นสาขาที่อยู่แถวทะเลสาบตรุกบาช ลองไปดูกันได้นะ ใช้เวลาเดินจากแถวพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์หรือสุสานโฮจิมินห์ได้ไม่นาน

                                                   ทะเลสาบตรุกบาช

 


 

ร้าน Coba

                                    ออกจากร้านคาเฟ่นึง เพื่อจะออกไปชมโบสถ์เกื๋อบั๊ก ยังไม่ทันจะถึงโบสถ์ดี ฝนก็ตกเสียก่อน บทเลยต้องไปหลบฝนอยู่ในร้าน พอหลบนานๆเข้าก็ขอดูเมนู ไป ๆ มา ๆ เลยได้นั่งชิมขนมของร้านเขาเสียหน่อย ระหว่างที่กำลังรอฝนหยุดรอบสอง ตัวร้านตกแต่งแนวย้อนยุค ให้ความรู้สึกกำลังนั่งหลบฝนอยู่ในบ้านเก่า ขอกระซิบว่าพ่อค้าเขาก็งานดีนะ (แต่ไม่ได้ถ่ายมาอ่ะ แงงงง)

                                            ขนมเยลลี่

                                  เปิดดูเมนูที่พ่อค้าส่งมาให้ดู จะเป็นเมนูลายมือที่เขาพยายามแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ ทางเราเห็นว่าเขามีเมนูเยลลี่ที่คนนิยมสั่ง ก็เลยขอลองสั่งซักอย่างนึง เป็นเยลลี่รสมะม่วง พอเอามาเสิร์ฟ เยลลี่มะม่วงนี้จะพ่วงด้วยพุดดิ้งคัสตาร์ต วุ้นเขียว ๆ น่าจะใบเตย ลอยด้วยกาแฟผสมครีมมะพร้าว และโรยหน้าด้วยเม็ดแมงลัก พอจะกินก็ใส่น้ำแข็งดูไปแล้วคล้ายหวานเย็นบ้านเราแต่เครื่องจะคนละอย่าง แม้จะเป็นคนไม่กินกาแฟ แต่ตัวครีมมะพร้าวที่ใส่เข้ามาพอจะช่วยกลบรสไปบ้าง กินง่าย ๆ เบา ๆ สำหรับเมนูของการหนีมาหลบฝนรอบนี้ราคา 25,000 ดอง (ประมาณ 33 บาท) ที่ตั้งของร้านจะอยู่ใกล้ ๆ กับโบสถ์เกื๋อบั๊กเลยค่ะ กินเสร็จก็ไปดูโบสถ์ได้ต่อเลย

                                          ร้านCoba

 


 

ร้าน The Note coffee

                                เป็นคาเฟ่ที่มีการแนะนำในเว็บว่าดูน่ารัก เป็นเอกลักษณ์จากการที่มี Post-it แปะเต็มร้าน แถมขึ้นไปชั้นบนจะมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองได้ จึงตัดสินใจเข้าไป ลองสั่งเมนู Signature ของฮานอย ที่นิยมเลยก็คือกาแฟใส่ไข่ แต่ด้วยความที่ไม่กินกาแฟ ก็เลยลองสั่งเป็นโกโก้ร้อนใส่ไข่แทน เมนูนี้ราคาประมาณ 40,000 ดอง (ประมาณ 53 บาท) ลักษณะเป็นโกโก้นมร้อนๆ ตีไข่ขาวให้เป็นฟองนมโปะด้านบนแล้วโรยด้วยผงโกโก้ รสชาติจะมีความมัน ๆ แทรกเข้ามากับโกโก้ แต่ในความรู้สึกโกโก้ไม่ได้เข้มมากมาย ฟิวจะเป็นนมร้อนเสียมากกว่า พนักงานน่ารักต้อนรับอย่างเป็นกันเองมาก

                                            โกโก้ใส่ไข่

                               ทางร้านจะแนบโพสอิทมาให้สำหรับเมนู Signature หรือเมนูแนะนำด้วยค่ะ และทั้งนี้ลูกค้าก็ยังสามารถขอ Post-it เขียนติดในร้านได้เช่นกัน ลองอ่านๆดูเห็นมีคนไทยแวะมากินเยอะอยู่ ตัวร้านจะตั้งอยู่แถววงเวียนใกล้กับทะเลสาบคืนดาบ ออกจากร้านไปชมทะเลสาบและวัดจีนพร้อมกับตำนานของเต่าในทะเลสาบได้ต่อเลยนะ

                                          ร้านเดอะโน้ตคอฟฟี่

 


 

ร้าน FruityFact

                                      หากใครอยากลองล้างปากจากอาหารคาว เดินเที่ยวในเมืองมาเหนื่อย ๆ หรือเลี่ยนกับเครื่องดื่มนม ๆ มาลองดื่มน้ำผลไม้กันดูได้นะ ร้านนี้เป็นร้านที่ฮิตกันในกลุ่มวัยรุ่นเวียดนาม แนวน้ำผักผลไม้ปั่นที่มีชื่อและสูตรที่น่าลิ้มลอง ตัวร้านดูสีสันสดใส พอเข้าไปก็สั่งเครื่องดื่มแนะนำของทางร้านเขาเลย ชื่อว่า Fairytale เครื่องดื่มสีแดง ที่มีแอปเปิ้ล สตอเบอร์รี่ มะนาว บีทรูท ส้ม ผสมอยู่ โดยเขาจะปั่นแยกกาก และผลไม้ของเขาจะแช่เย็นมาก่อนปั่น ทำให้น้ำผลไม้เย็นโดยไม่มีน้ำแข็งเจือปน เมนูนี้ราคา 55,000 ดอง (ประมาณ 73 บาท) สำหรับแก้วเล็ก

                                                        น้ำผลไม้

                               ส่วนตัวร้านจะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับร้าน The Note Coffee เลย คืออยู่แถววงเวียนของทะเลสาบคืนดาบ เป็นตัวเลือกสำหรับใครที่อยากลองอะไรใหม่กว่ากาแฟ ชา หรือโกโก้ที่กินกันประจำได้นะ

                                                   ร้านน้ำผลไม้

                              จริง ๆ แล้วเมืองฮานอยมีร้านคาเฟ่มากมาย รวมทั้งประเทศเวียดนามเองก็เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ ส่วนตัวแม้ทริปนี้จะไม่มีใครได้ลองกาแฟจากร้านทั่วไป แต่ก็ได้หาลองซื้อกาแฟเป็นของฝากใหักับคนอื่น ๆ ที่นิยมกาแฟ ขอบอกว่าถ้าได้ไปซื้อในย่านตลาดจะถูกมาก ซื้อกลับไปแล้วได้ความประทับใจไปแน่นอน ส่วนร้านนั่งชิวตรงนี้ เป็นที่หลบฝนให้กับพวกเราที่มาเที่ยวย่านเมืองกันผิดฤดู แต่ไม่รู้สึกผิดหวังที่ได้มาจริง ๆ ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวย่านเมืองเก่าในฮานอย ลองแวะซักร้านดูสิคะ