“ถึงอุทัยไม่ต้องอุทธรณ์ ค่ำแล้วก็นอนที่เมืองอุทัย

แม้ใครได้ดำน้ำสามผุด คงไม่หลุดไปจากอุทัย…”

เคยได้ยินคำพูดของเพื่อนชาวอุทัยธานีว่า “ดำน้ำสามผุด ไม่หลุดอุทัย” ก็แอบสงสัยอยู่ในใจแต่ไม่ได้ถาม วันหนึ่งมาเที่ยวอุทัยแล้วนึกขึ้นได้ ค้นข้อมูลจึงพบว่า ประโยคนี้มาจากเนื้อเพลงของ ครูมา ศรีสุวรรณ หมายถึง การที่ใครสักคนได้มาเมืองเล็กริมสายน้ำแห่งนี้แล้วย่อมติดใจ เพราะทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติ อาคารบ้านเรือนที่มีกลิ่นไอของความดั้งเดิม ชาวบ้านที่ใจดียิ้มง่าย รวมไปถึงความสงบที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในเมืองใหญ่

โดยเฉพาะ บรรยากาศริมน้ำสะแกกรังในตัวเมืองอุทัย ที่รื่นรมย์และเต็มไปด้วยภาพชีวิต แม้จะไม่ต้องถึงกับดำน้ำลงไปพิสูจน์ตามที่เพลงบอก ขอแค่ไปนั่งเรือก็สัมผัสความงดงามจนไม่อยากจากเมืองนี้ไปแล้ว

เมื่อลงเรือ สิ่งที่เราได้รับอย่างแรกคือลมเย็นที่พัดเข้ามาปะทะกับตัว ละอองน้ำที่กระเซ็นขึ้นมาให้ความรู้สึกสดชื่น เมื่อมองไปยังทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำสะแกกรังก็สวยงามจนต้องยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพ ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำของชาวจังหวัดอุทัยธานี ทั้งแบบปัจจุบันและบ้านทรงไทยแบบดั้งเดิม วัดวาอารามที่ถูกสร้างขึ้นบริเวณริมแม่น้ำ อย่างเช่น วัดอุโปสถาราม หรือ วัดโบสถ์ อายุกว่า 200 ปีที่มีมณฑป 8 เหลี่ยมและอุโบสถที่งดงาม รวมไปถึงชาวแพซึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำ น่าจะเหลือเป็นที่ท้ายๆ ของประเทศแล้ว

การสัมผัสชีวิตของชาวแพ แม้ว่าจะเป็นเพียงการเฝ้ามอง เราก็จะเห็นการใช้ความรู้ด้านการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน มีทั้งแพเตยและแพดอกพุทธรักษา การทำกระชังเลี้ยงปลาที่มีปลาหลากหลายพันธุ์ แต่ที่เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดคือปลาแรด ขึ้นชื่อไม่ขึ้นชื่อก็สังเกตได้จากที่ ‘ปลาแรด’ อยู่ในคำขวัญของจังหวัดอุทัยธานี คนในพื้นที่มีคำพูดว่า “ปลาแรด เกร็ดหนา หน้างุ้ม เนื้อนุ่ม แน่นหวาน” ต้องลองแล้วจะติดใจ

 

การใช้ชีวิตของชาวแพไม่ได้ต่างจากคนที่อยู่บนบกมากอย่างที่บางคนคิด แต่วิถีชีวิตของชาวแพนั้น ถูกแอบแฝงไปด้วยขนบธรรมเนียมที่มีมาตั้งแต่โบราณอย่างการที่จะดูว่าลูกผู้หญิงบ้านไหนขยัน ต้องดูจากหม้อที่ถูกแขวนไว้หน้าแพ ยิ่งบ้านไหนหม้อสะอาดยิ่งหมายความว่าลูกสาวบ้านนั้นขยันมาก ๆ หรือการที่ตามวัดต่าง ๆ ริมน้ำจะมีแพโบสถ์น้ำ ซึ่งเป็นแพที่มีไว้ให้ชาวบ้านนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

รวมไปถึงเรื่องของการจีบกันของชาวแพ ที่เขาบอกว่าฝ่ายชายจะต้องว่ายน้ำมาคุยกับฝ่ายหญิงที่อยู่บนแพ ซึ่งการจีบกันก็จะอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ แล้วเมื่อผู้ใหญ่เกิดความสงสัยเดินออกมาดุ ฝ่ายชายก็ต้องดำน้ำ พอผู้ใหญ่เข้าบ้านฝ่ายชายจึงจะผุดขึ้นมา นี่อาจเป็นที่มาของคำที่บอกว่า “ดำน้ำสามผุด ไม่หลุดอุทัย” ซึ่งกล่าวถึงการที่ถ้ามาดำน้ำที่อุทัย ก็จะหลงรักความเป็นอุทัยธานีจนมาสร้างสร้างครอบครัวอยู่ที่อุทัยนี่เอง

การล่องเรือในแม่น้ำสะแกกรังทำให้เราได้พบกับบรรยากาศริมสองฝั่งน้ำที่งดงามของเมืองอุทัย แต่ที่ประทับใจที่สุดในความทรงจำ คือวิถีชีวิตที่สวยงามของคนกับสายน้ำ ที่เราได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง