“เบตงเมืองในหมอก” คือฉายาของเมืองงามแดนใต้ที่ใครหลายคนใช้เรียกขาน อ. เบตง จ. ยะลา ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกลอยคว้างในหน้าหนาว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหุบเขามากกว่าที่ราบ และป่าดิบชื้นตามแนวทิวเขาสันกาลาคีรีที่ยังคงความสมบูรณ์พร้อม สภาพแวดล้อมของเมืองเบตงจึงมีความคล้ายคลึงกับหลายจังหวัดทางภาคเหนือของไทย

เดินทางล่องใต้คราวนี้มีโอกาสได้มาไกลถึง อ. เบตง เห็นตู้ไปรษณีย์สีแดงใหญ่โตท่วมหัวที่มุม ถ. สุขยางค์ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปก็แลเห็นนกนางแอ่น--สัตว์สัญลักษณ์ของเมืองนับแสนตัว บ้างบินบินว่อนอยู่ทั่วฟ้า บ้างก็พากันเกาะสายไฟฟ้าอยู่เป็นแถวเป็นแนว โดยเฉพาะในยามพลบค่ำ ทั้งหมดนั่นคือสัญลักษณ์ที่แปลว่าเรามาถึงเมืองเบตงกันแล้ว

เบตงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา ถือว่าเป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศ ประกอบด้วย 5 ตำบล ได้แก่ เบตง ยะรม ตาเนาะแมเราะ อันเยอร์เวง และธารน้ำทิพย์ โดยมีศูนย์กลางทางธุรกิจอยู่ที่ ต. เบตง นามเมืองว่า "เบตง" แผลงมาจากคำว่า "Buluh Betong" ในภาษามลายู ซึ่งหมายถึงไม้ไผ่ หรือไผ่ตงนั่นเอง

และด้วยความที่เบตงเมืองขนาดเล็กกะทัดรัด การเดินเที่ยวชมเมืองจึงเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้สบายๆ เราจะได้เห็นความเป็นเบตงที่เกิดจากการเป็นอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมจากกลุ่มคนหลากหลาย ทั้งไทย มุสลิม และจีน ผ่านสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของเมืองเบตง อาทิเช่น

มัสยิดกลางเบตง

ตั้งอยู่ริม ถ. สุขยางค์ แรกเริ่มเดิมทีสร้างด้วยเสาไม้กลม 6 ต้น กับใบจาก 6 ตับ ปัจจุบันเป็นอาคารคอนกรีตพื้นปูด้วยหินอ่อน ถือเป็นมัสยิดคู่เมืองเบตงที่มีความงดงาม แต่กระซิบบอกกันนิดนะว่า คุณผู้หญิงที่จะเข้าไปชมภายในตัวอาคารต้องขออนุญาตจากผู้ดูแลมัสยิดก่อนเสมอ

พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ

องค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตวิสุงคามสีมาของวัดพุทธาธิวาส สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535

ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบศรีวิชัยประยุกต์ โดดเด่นด้วยการประดับโมเสกสีทองไล่เฉดดูมะลังมะเลือง ยอดฉัตร 5 ชั้น ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระปรมาภิไธยย่อ สก. บนกระจกสีสวยงาม นับเป็นพระมหาธาตุเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ถือเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวพุทธใน อ. เบตง และชาวใต้โดยทั่วไป

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

ที่นี่คืออุโมงค์รถยนต์ลอดผ่านภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย อยู่บริเวณ ถ. อมรฤทธิ์ ตัดกับ ถ. ภักดีดำรงค์ ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาว 273 ม. กว้าง 9 ม. และสูง 7 ม. สร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของการจารจรขนส่งระหว่างชุมชนเมืองในปัจจุบัน กับชุมชนเมืองใหม่บริเวณ ถ. อัยเยอร์เบอร์จัง ชาวเบตงฝากบอกมาว่าอุโมงค์แห่งนี้จะสวยงามด้วยแสงไฟในช่วงเวลาค่ำคืน

แม้ปัญหาความไม่สงบยังคงทำให้ปลายด้ามขวานของไทยคุกรุ่น น้อยคนจะนึกถึงและวางแผนไปเที่ยว 3 เมืองงามอย่างยะลา - ปัตตานี - นราธิวาส ได้แบบสบายใจ จนความเหงาขอเข้ามาเยี่ยมเยือนอย่างปฏิเสธไม่ได้

แต่หากลองเปิดใจ แล้ววางแผนบวกการขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าทิ่ก่อนเดินทางมาเยี่ยมเยือนเบตงดูสักครั้ง คุณจะพบว่าความกลัวในความคิดอาจทำให้คุณพลาดรอยยิ้มของเมืองงามนามเบตงนี้ไปก็เป็นได้