ผมเดินออกมาจากห้องสมุด ม.เกษตร ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงปลายสายเป็นผู้มีพระคุณเพราะเป็นเจ้านายของผมที่โทรศัพท์มาบอกมีงานด่วน สะดวกทำไหม...ผมรีบตอบตกลงโดยไม่เสียเวลาคิด...ผมสำรวจตัวเองตอนนี้อยู่ปากประตูงามวงศ์วาน 1 ของ ม.เกษตร ครุ่นคิดหาคำตอบว่าจะนั่งทำงานที่ไหนดีนะ...ไม่นานผมก็คิดออก...

ผมเดินขึ้นสะพานลอยข้ามฝั่งแล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อตรงไปหาซอยงามวงศ์วาน 54 มุ่งหมายมายังร้านที่เพื่อนแนะนำว่า เหมาะสำหรับนั่งอ่านหนังสือ นั่งทำงาน หรือนั่งประชุมได้ เพื่อนบอกเดินเข้าในซอยเพียงอึดใจเดียวก็ถึง...ผมดุ่มเดินเข้ามาไม่กี่ก้าวก็เจอร้านอยู่ฝั่งขวามือ  ชื่อร้าน R.E.A.D. Café ที่แห่งนี้ล่ะครับที่ผมจะใช้เวลาสักสองสามชั่วโมงหมกตัวนั่งหาข้อมูลเรียบเรียงแล้วพิมพ์ส่งให้ทางต้นสังกัดที่ส่งรายละเอียดทางไลน์อย่างกะทันหัน

Advertisement

Advertisement

ในช่วงยามเร่งรีบ การได้พบกับสถานที่ที่มีอากาศเย็นสบาย เงียบ และนั่งทำงานได้ คือ สวรรค์สำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์ เพราะงานของคนทำงานไม่ประจำ จะมาเมื่อใดมิรู้ได้ จึงต้องทำตัวให้พร้อมรองรับงานด่วนได้เสมอ ที่สำคัญคือ เดี๋ยวนี้สามารถทำงานกับสมาร์ทโฟนได้ ทั้งงานตรวจสอบ งานหาข้อมูลล่วงหน้า รวมถึงทำงานพิมพ์เล็ก ๆ น้อย ๆ

บันไดสู่ชั้นสอง

ผมผลักประตูเข้ามาในร้าน R.E.A.D. Café บรรยากาศภายในเป็นโทนสีน้ำตาล ทั้งโต๊ะเก้าอี้ไม้ ผนังกำแพง และมีเพดานที่เป็นปูนเปลือย เดินผ่านเคาน์เตอร์ทางซ้ายมือเพื่อไปสำรวจชั้นต่างๆ ซึ่งมีอยู่ 4 ชั้น ผมเลือกจับจองนั่งชั้น 2 เลือกนั่งโต๊ะที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำ ซึ่งอยู่แยกออกมาจากโต๊ะที่มีนักศึกษานั่งกันอยู่ ได้มุมส่วนตัวพอดีจะได้นั่งกางเอกสาร สมุด และหนังสือสองสามเล่มบนโต๊ะได้อย่างสบายอารมณ์

Advertisement

Advertisement

บรรยากาศชั้นสอง

เมื่ออยู่ในสถานที่ที่เหมาะ คุณจะปรับตัวสอดรับกับสภาพแวดล้อมได้ดี ที่ร้าน R.E.A.D. Café พอเห็นนักศึกษานั่งอ่านหนังสือ นั่งพิมพ์งานผ่านคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ผมก็รู้สึกว่า ตัวเองเริ่มมีสมาธิพร้อมจดจ่อกับสิ่งที่เป็นภาระแล้ว ทุกร้านที่เปิดให้นั่งทำงานนั่งศึกษาค้นคว้า เขาจะมีรหัส WiFi ให้ ประมาณสามชั่วโมงเหมือนกัน แต่ต้องแลกกับการซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารหนึ่งอย่าง ผมเลือกเครื่องดื่มชอกโกแลตเย็นหนึ่งแก้ว ดื่มไปนิดนึงก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเครื่องเริ่มร้อนจึงนั่งทำงานภาระที่รับผิดชอบ...

โต๊ะหนังสือ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา...สมองก็เริ่มตื้อ ผมลุกเดินสำรวจชั้นต่าง ๆ พอเดินขึ้นไปชั้นสาม พบกับเก้าอี้ส่วนตัวที่นั่งเอนหลังอ่านสบาย ๆ อยู่ริมหน้าต่าง มีหมอนให้ด้วย แต่น่าเสียดายทุกเก้าอี้มีคนครอบครองหมดแล้ว ทุกชั้นจะมีชั้นหนังสือวางอยู่สำหรับหนอนที่ไม่ได้หยิบหนังสือมา เลือกหยิบเอาเล่มที่สนใจไปละเลียดได้มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

Advertisement

Advertisement

ส่วนชั้นสี่ เป็นโซนห้องประชุมสำหรับทำงาน ซึ่งปิดอยู่ แต่หากใครต้องการใช้ลองสอบถามพนักงานได้ เดินลงมาทำงานต่อ ครั้งหน้าอยากลองนั่งอ่านนิยายชิว ๆ เอนหลังสบายที่ชั้นสาม แต่คงต้องดูจังหวะให้ดี น่าจะตอนเช้า ๆ ดีกว่าเพราะนักศึกษาน่าจะยังไม่ตื่น แต่ร้านนี้เขาเปิด 24 ชั่วโมงนะ สะดวกตอนไหนก็ได้เชิญเลย

ชั้นหนังสือ

ชื่อร้าน R.E.A.D. Café เป็นตัวย่อที่ประกอบด้วย R.  = relax,  E.  =  eat,   A. = and,  D. = drink บรรยายสรรพคุณของทางร้านว่า เหมาะสำหรับการพักผ่อนที่คุณจะมากินและดื่มได้อย่างสบายๆ ผ่อนคลาย ถ้าใครหิว ก็เดินสำรวจรูปอาหารที่ทางร้านติดไว้ตรงทางเดินชั้นต่าง ๆ ได้

มานั่งกินอาหารอร่อย ๆ จิบเครื่องดื่มที่อยากละเลียด พร้อมกับทำสิ่งที่คุณรักจะทำ อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ สรุปงานหรือนั่งวางแผนก็ได้เรียกว่า นั่งเพลิดเพลินหลงลืมวันเวลาไปเลย เพราะสถานที่แห่งนี้ตกแต่งสวยงาม บรรยากาศโล่งโปร่ง ทุกคนอยู่ในความสงบเพราะอาศัยความสงบในการสร้างสรรค์ผลงาน จะมีอะไรดีไปกว่าการทำในสิ่งที่ชอบและได้อยู่ในสถานที่ที่ใช่..เหมาะสม...คุณค่าและความหมายของชีวิตจึงเติมเต็มจากการใช้เวลาที่ดีมีคุณภาพกับสิ่งที่เราเลือกจะทำ

คนทำงานฟรีแลนซ์ น่าจะถูกใจกับอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีอย่าง ร้าน R.E.A.D. Café ซึ่งตอบโจทย์คนทำงานไม่ประจำเพราะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีอาหารให้คุณเติมพลังสมองทุกเวลา ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะมาสร้างสรรค์ผลงานเมื่อใด

ลืมบอกไปว่าอาหารของที่นี่มีสูตรพิเศษ ปรุงแต่งแบบโฮมเมด เน้นคุณภาพ มาสัมผัสลิ้มลองได้ที่ร้าน R.E.A.D. Café ในซอยงามวงศ์วาน 54 ครับ หรือจะดูภาพบรรยากาศของร้านไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้ที่ www.facebook.com/READcafeBKK, Instagram : readcafebkk ผมขอตัวไปเติมเต็มคุณค่าความหมายของชีวิตฟรีแลนซ์ต่อนะครับ...บ๊าย...บาย