สัตหีบยังมีอีกหนึ่งเรื่องราวของสัตว์ใต้ทะเลที่อยากให้คุณได้รู้จัก  เจ้าสัตว์ที่ว่าออกลูกออกหลานขยายเผ่าพันธุ์อยู่บนโลกใบนี้มานานกว่า 100 ล้านปีแล้วนึกออกหรือยังว่าคือตัวอะไร ?  

ตามมาไวๆ ไปดูเฉลยกันจุดหมายท้ายสุดของเราอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ. รฝ.) หน้าที่หลักเป็นแหล่งอนุบาลเต่าและปล่อยเต่าที่ได้รับการอนุบาลแล้วกลับคืนสู่ท้องทะเล โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2535  สำหรับผู้สนใจอยากเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับน้องเต่าอย่างละเอียดยิบ ให้ตรงมาที่อาคารบรรยายเต่าทะเลกันได้เมื่อก้าวเข้าตัวอาคารฯ เราพบห้องบรรยายซึ่งฉายสไลด์เกี่ยวกับเต่าทะเลให้ชมประมาณ 12 นาที 

ก่อนเข้าสู่ห้องจัดแสดงที่เต็มไปด้วยข้อมูลของเต่าทะเล ที่บางเรื่องราวเราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเต่าทะเลจัดเป็นสัตว์ในยุคดึกดำบรรพ์ ปัจจุบันพบเฉพาะในเขตร้อนและเขตอบอุ่น รวมทั้งหมด 7 ชนิด คือ เต่าตนุ เต่าตนุหลังแบน เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าหญ้าแอตแลนติก เต่าหัวฆ้อน และชนิดสุดท้ายคือเต่ามะเฟือง  ส่วนเต่าทะเลที่พบในไทยมีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิด คือ เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ และเต่าหญ้า และในจำนวน 4 ชนิดนี้พบที่ทะเลอ่าวไทยเพียง 2 ชนิด คือเต่าตนุและเต่ากระแล้วคุณรู้หรือไม่ เต่าทะเลในไทยชนิดไหนใหญ่ที่สุด ?  

มาดูการจัดอันดับตามขนาดความยาวของกระดองและน้ำหนักตัวกัน เต่ามะเฟืองเป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เมื่อโตเต็มวัยกระดองจะมีความยาวถึง 120-300 เซนติเมตร มีน้ำหนักตัวถึง 900 กิโลกรัม  เต่าตนุคว้าตำแหน่งรองลงมา ยามโตเต็มวัยกระดองมีความยาว 70-120 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 150 กิโลกรัม

เต่ากระได้อันดับที่ 3 ด้วยความยาวกระดองเมื่อโตเต็มวัยประมาณ  80-100 เซนติเมตร โดยมีน้ำหนักตัว 60-80 กิโลกรัม เต่าหญ้าอยู่อันดับรั้งท้าย เพราะพอโตเต็มวัย กระดองของมันจะยาวประมาณ 60-80 เซนติเมตร และน้ำหนักตัวราว 45-60 กิโลกรัมเท่านั้น

ในอาคารฯ มีเต่าทั้งสี่ชนิดสตัฟฟ์ไว้ให้คุณได้ชมอย่างใกล้ชิดด้วย  ออกจากอาคารนี้ยังมีอาคารอีกหลัง นั่นคือ อาคารแสดงเต่าทะเล ที่ภายในจัดเป็นอะควาเรียมเล็กๆ  แสดงการดำรงชีวิตของเต่าทะเลและปลาทะเลหลากพันธุ์หลายสีสันส่วนใครอยากเห็นเต่าตัวเป็นๆ จากมุมสูง ก็มีบ่อเต่าที่บริเวณด้านนอกให้ชมความน่ารักกันแบบติดขอบบ่อ พร้อมบริการให้คุณได้ป้อนอาหารน้องเต่าด้วยค่าบริการเพียง 20 บาท  ใกล้กันเป็นโรงอนุบาลเต่าอายุตั้งแต่ 1 เดือนไปจนถึง 2 ปี  ตามปรกติเมื่อเต่าอายุได้ประมาณ 3 เดือนก็แข็งแรงพอที่จะปล่อยลงสู่ทะเลให้ผจญภัยในโลกใต้ทะเลได้แล้วทุกปีเจ้าหน้าที่จะปล่อยเต่าทะเลที่เกาะครามซึ่งเป็นเกาะที่พบไข่เต่าทะเลเป็นครั้งแรก รวมทั้งที่เกาะอีร้าและเกาะจานที่เต่าขึ้นมาวางไข่ด้วย  

สามเกาะนี้ล้วนอยู่ในเขต อ. สัตหีบ  และทุกๆ วันตั้งแต่ตี 5 ถึง 6 โมงเช้า เจ้าหน้าที่จะตรวจตามหาดต่างๆ บนเกาะเหล่านี้เพื่อหาไข่เต่า หากพบก็จะเคลื่อนย้ายมาอนุบาลที่ศูนย์ฯเป็นเวลา 20 ปีแล้วที่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งทำหน้าที่ปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์เพื่อชีวิตของเต่าทะเล  ความมหัศจรรย์ประจำชีวิตสัตว์ต้วมเตี้ยมชนิดนี้ คือสัญชาตญาณในการวางไข่ ที่หากมันเกิด ณ ที่ใด มันก็จะย้อนกลับมาวางไข่ ณ ที่ที่มันเกิด เสมือนการปูทางให้เกิดความมหัศจรรย์แก่ท้องทะเล และกรุยทางให้มนุษย์ได้เป็นกลไกหนึ่งที่เกื้อกูลให้สัตว์ยุคดึกดำบรรพ์แสนน่ารักชนิดนี้ยังคงสืบสายพันธุ์นับเนื่องไปอีกนานเท่านาน

สวนป่าชายเลน สอ. รฝ.

ส่งท้ายจริงๆ กับการเดินทางครั้งนี้ ที่สวนป่าชายเลน สอ. รฝ. ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลฯ  แวะพักผ่อนหย่อนใจและเที่ยวชมธรรมชาติไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นๆ ทว่าเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าชายเลนอย่างโปรงขาว โปรงแดง แสมทะเล และโกงกาง แล้วไปนั่งรับลมที่ศาลาริมคลองถูป ชมปลาตีนพระเอกแห่งป่าชายเลน และฟังเสียงนกนานาชนิดร่วมขับขานลำนำแห่งธรรมชาติ

อ่านก่อนเที่ยว

เวลาเปิด ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลฯ (โทร. 0-3824-5736-65) เปิดเวลา 08.30-17.00 น.  ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ไม่เสียค่าเข้าชม)

งานปล่อยเต่าทะเล

จัดบริเวณชายหาดด้านหน้าศูนย์ฯในวันที่ 12 สิงหาคมและ 5 ธันวาคม เป็นประจำทุกปีใครสนใจอยากร่วมปล่อยเต่า ก็เดินทางมาร่วมกิจกรรมได้