หากบ้านใครมีพื้นที่ว่างข้างบ้านหรือหลังบ้านโล่งๆ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะตกแต่งบ้านหรือทำอะไรกับพื้นที่ว่างรอบบ้านดี ก็อยากจะชวนมาปลูกพืชผักสวนครัวแทนการตกแต่งด้วยไม้ประดับแบบทั่วไป เพราะการปลูกผักสวนครัวได้ประโยชน์หลายอย่างมากกว่าความสวยงาม คือ ได้ผักสดไว้เก็บกินเองไม่ต้องไปตลาด เป็นกิจกรรมที่ทำแล้วได้ออกกำลังกายจากการรดน้ำพรวนดิน ทำให้เรามีความสุขความภูมิใจเวลาเห็นมันเติบโตจากฝีมือของเราเอง นอกจากนี้ยังอาจช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเราด้วยหากมีปริมาณมากจนเก็บขายได้ อีกทั้งถ้าเราออกแบบพื้นที่แปลงด้วยการจัดวางกระถางหรือลงผักจัดเรียงให้สวยงาม การปลูกผักสวนครัวรอบบ้านก็สามารถสร้างความสวยงามให้บ้านได้เช่นกัน ซึ่งบ้านผู้เขียนเองก็ปลูกอยู่แล้วก็เลยอยากชวนผู้อ่านมาปลูกบ้าง เราสามารถปลูกผักอะไรก็ได้ เราชอบผักอะไร อยากกินอะไรก็ปลูกได้ตามใจเรา หรือถ้าเป็นมือใหม่ไม่รู้จะปลูกอะไรดี บทความนี้จะแนะนำตัวอย่างสัก 7 ชนิดให้ลองไปปลูกกันดูครับ มีดังนี้

Advertisement

Advertisement

1. ผักชี

ผักชีวิธีปลูก "ผักชี" ทำง่ายๆดังนี้

  1. ขุดแปลงพรวนดินให้ร่วน เพราะผักชีชอบดินร่วน แล้วตากดินไว้ประมาณ 5 วัน
  2. ใส่ปุ๋ยคอกลงแปลงที่พรวนไว้แล้วคลุกเคล้ากับดินให้เข้ากัน
  3. เมล็ดผักชีก่อนปลูก ควรบดให้แตกเป็น 2 ซีก แล้วแช่น้ำทิ้งไว้สักคืนหนึ่งก่อน
  4. หลังจากแช่น้ำแล้ว นำไปผึ่งลม พอเมล็ดเริ่มงอก ค่อยนำไปลงดิน
  5. รดน้ำทุกวันเช้า-เย็น และใช้เวลารอเก็บเกี่ยวประมาณ 30-45 วัน

เคล็ดลับเสริม : เวลารดน้ำให้รดพอชุ่ม ระวังอย่าให้แฉะมากเกินไป จะทำให้ต้นเน่าได้


2. กะเพรา

กะเพรา

วิธีปลูก "กะเพรา" มีขั้นตอนดังนี้

  1. คลุกเคล้าดินร่วนกับปุ๋ยคอกใส่กระถาง
  2. รดน้ำในกระถางให้ชุ่ม 
  3. ใส่เมล็ดกะเพราลงในกระถางให้ทั่ว

Advertisement

Advertisement

  • จากนั้นใช้แกลบดำหรือฟางแห้งคลุมบางๆ แล้วรดน้ำตาม 
  • รดน้ำทุกวันประมาณอาทิตย์กว่า เมล็ดจะเริ่มงอก
  • พอได้ต้นกล้าอายุประมาณ 1 เดือน จึงถอนไปลงดินหรือแยกปลูกในกระถางอื่น
  • เคล็ดลับเสริม : เมื่อต้นกะเพราโตและเริ่มออกดอก ให้หมั่นตัดยอดทิ้ง เพราะการออกดอกคือสัญญาณขยายพันพันธ์และจะแก่ตายในที่สุด


    3. คะน้า

    คะน้าวิธีปลูก "คะน้า" ทำได้ดังนี้

    1. เตรียมแปลงดินปลูกผสมปุ๋ยคอก
    2. หว่านเมล็ดลงแปลงดิน แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอกบางๆ
    3. รดน้ำเป็นประจำทุกวันเช้า-เย็นอย่างสม่ำเสมอ เพราะมันชอบน้ำและโตเร็ว
    4. ประมาณ 4-5 วัน ต้นอ่อนผักคะน้าจะเริ่มงอก 
    5. รอให้ต้นอ่อนแข็งแรงอีกประมาณ 15 วัน แล้วจึงถอนแยกลงแปลงปลูก
    6. หลังจากนั้นอีกประมาณ 35-50 วัน ก็จะสามารถเก็บมากินได้

    เคล็ดลับเสริม : คะน้าชอบน้ำก็จริง แต่ในฤดูฝนควรปลูกแบบโรงเรือน เพราะหากฝนตกใส่ดินมาก ดินในแปลงจะแน่น และอาจโตได้ไม่เต็มที่

    Advertisement

    Advertisement


    4. สลัดแก้ว

    สลัดแก้ว

    วิธีปลูก "สลัดแก้ว" มีขั้นตอนคือ

    1. เตรียมเมล็ดห่อในผ้าชุบน้ำทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน
    2. พรวนแปลงดินให้ร่วนผสมกับปุ๋ยคอก แล้วรดน้ำให้แปลงชุ่ม
    3. นำเมล็ดมาโรยลงบนหน้าดินให้ทั่ว โดยไม่ต้องกลบดิน
    4. ใช้ฟางแห้งคลุมหน้าดิน เพื่อบังแสงแดดประมาณ 4-5 วัน 
    5. ประมาณหนึ่งอาทิตย์กว่าๆ ต้นอ่อนก็จะเริ่มงอกขึ้นมา
    6. ถอนต้นอ่อนย้ายลงแปลงใหม่ เว้นระยะห่างต้นละประมาณ 20 เซนติเมตร
    7. หลังจากย้ายแปลงควรกางสแลนหรือทำร่มบังแดด เพื่อให้ต้นอ่อนปรับตัวประมาณหนึ่งสัปดาห์
    8. เมื่อครบ 50-60 วัน ก็จะได้ผักสลัดแก้วกรอบๆมากินแล้ว

    เคล็ดลับเสริม : ช่วง 4-5 วันแรกที่หว่านเมล็ดลงแปลงต้องระวังอย่าให้ดินแห้ง เพราะต้นอ่อนอาจจะไม่เกิด


    5. สะระแหน่

    สะระแหน่

    วิธีปลูก “สะระแหน่” ด้วยต้นกล้า

    1. เตรียมดินร่วนผสมปุ๋ยคอกใส่กระถางหรือภาชนะที่มีความลึกประมาณ 30 เซนติเมตร
    2. ขุดดินออกเป็นหลุม แล้วนำต้นกล้าลงปลูกห่างกันต้นละประมาณ 10 เซนติเมตร
    3. หากต้นกล้าที่ซื้อมามีรากแก้วเยอะเกินไป เราสามารถเด็ดรากบางส่วนทิ้งก่อนปลูกได้
    4. กลบดินรอบๆหลุมปลูก และโรยปุ๋ยคอกบางๆอีกครั้ง
    5. รดน้ำให้ดินในกระถางมีความชุ่มชื้นอย่างน้อยวันละครั้ง
    6. หลังจากปลูกประมาณ 45 วัน ก็จะเริ่มเก็บยอดมากินได้

    เคล็ดลับเสริม : การรดน้ำสะระแหน่ต้องระวังไม่ให้น้ำขังในแปลงหรือกระถาง เพราะสะระแหน่ชอบดินชื้นไม่ใช่แฉะ


    6. ตั้งโอ๋

    ตั้งโอ๋วิธีปลูก “ตั้งโอ๋” แบบง่ายๆ

    1. เตรียมแปลงดินปลูกผสมปุ๋ยคอก
    2. หว่านเมล็ดลงแปลงดิน แล้วกลบด้วยปุ๋ยคอกบางๆ
    3. รดน้ำเป็นประจำทุกวันเช้า-เย็น
    4. ประมาณ 4-5 วัน ต้นอ่อนจะเริ่มงอก 
    5. รอให้ต้นอ่อนแข็งแรง แล้วจึงถอนแยกลงแปลงปลูก
    6. หลังจากนั้นอีกประมาณ 30-45 วัน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวมากินได้ โดยการถอนทั้งรากหรือตัดโคนต้นก็ได้

    เคล็ดลับเสริม : หากเราเก็บตั้งโอ๋ด้วยการตัดเหลือโคนต้นไว้ เราจะสามารถเก็บกินได้อีก และตั้งโอ๋เป็นผักที่ชอบอากาศเย็น เราควรตั้งกระถางหรือปลูกในที่ร่มหรือแสงแดดรำไร


    7. พริก

    พริก

    วิธีปลูก “พริก” ในกระถางทำได้ดังนี้

    1. ผสมดินปลูกกับปุ๋ยคอกให้เข้ากันแล้วใส่กระถางเตรียมไว้
    2. ใส่ดินละเอียดคลุมด้านบนอีกทีเพื่อให้เมล็ดงอกขึ้นได้ง่าย
    3. นำพริกแห้งที่เราชอบกินหรือที่มีในครัว แกะเอาเมล็ดออกมา
    4. โรยเมล็ดพริกที่เราแกะให้ทั่วกระถาง และโรยดินละเอียดกลบบางๆอีกที
    5. รดน้ำด้วยฝักบัวเบาๆให้ดินชุ่ม และวางกระถางไว้ในที่ร่ม
    6. ใช้เวลารอต้นกล้างอกประมาณ 6-7 วัน จากนั้นอีกประมาณ 8 วัน จะเริ่มเกิดใบอ่อน
    7. เมื่อมีใบอ่อนให้นำกระถางออกมารับแสง พอต้นกล้าแข็งแรงก็แยกปลูกในกระถางใหม่ได้เลย

    เคล็ดลับเสริม : หลังจากปลูกไปประมาณ 2 เดือน ต้นพริกจะเริ่มออกดอก ช่วงนี้จะต้องให้น้ำเพียงพออย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการออกผลของเม็ดพริก


    สรุป

    อย่างไรแล้วถ้าเพื่อนๆผู้อ่านมีเวลาว่าง มีพื้นที่รอบบ้าน(หรือกระถาง/กระบะ) ก็ลองปลูกผักสวนครัวเพิ่มจากไม้ประดับกันดูนะครับ หรือจะชวนคนในครอบครัวปลูกด้วยก็ได้ รับรองว่าประโยชน์ที่ได้จากการปลูกผักสวนครัวกินเอง คุ้มค่าความเหนื่อยแน่นอนครับ^^


    ภาพปกและภาพประกอบโดย : นักเขียน

    สามารถอ่านบทความอื่นของนักเขียนได้ที่ : @ArtVich

    เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายบน App TrueID โหลดเลย ฟรี !