หากหัวใจของพุทธศาสนิกชน คือ พระพุทธศาสนาการสักการบูชาและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาจึงเป็นหน้าที่ซึ่งพึงปฏิบัติ

กล่าวโดยพระครูถิรธรรมรัต เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

คุณเคยสัมผัสบรรยากาศวัดจากมุมมองที่แปลกตาหรือเปล่า ?

สถานที่ต่อไปที่เราจะนำคุณไปชมนั่นก็คือ วัดราษฎร์อุปถัมภ์

หรือชื่อคุ้นหูที่ชาวบ้านละแวกนี้เรียกกันว่า “วัดบางเหรียง”

วิธีการเดินทางนั้นจะใช้เส้นทาง ทับปุด-พนม (สุราษฎร์ธานี) สถานที่ตั้งวัดอยู่บนยอดเขาสูง ทางขึ้นวัดมีความชันมาก

01

02

03

04

สิ่งแรกที่ทุกคนจะรู้สึกประทับใจเลยคือบรรยากาศที่ร่มรื่น เย็นสบาย มีสายลมพัดผ่านตามต้นไม้ลงมา

วัดกินพื้นที่ถึงหกไร่เศษ ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2453 มีอายุเก่าแก่มาก  เราได้ขึ้นไปกราบไหว้พระพุทธรูปและมีโอกาสนั่งพูดคุยกับเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

ท่านเล่าเท้าความถึงครั้งที่พระอาจารย์ชัย ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแห่งนี้เมื่อปีพุทธศักราช 2529  ครั้งนั้นท่านมีนิมิตว่า มีพระบรมสารีริกธาตุอยู่ใต้จอมปลวกนั้น

เมื่อขุดค้นก็พบว่ามีอยู่จริงๆ รวมกับความเดิมที่ท่านมีประสงค์จะสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ถวายโยมแม่ซึ่งเป็นคนตำบลบางเหรียงและสร้างที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้แก่ผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้พูดคุยกับทางคณะกรรมการ สร้างขึ้นบนยอดเขาล้าน โดยได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ว่า

“พระมหาธาตุเจดีย์ พุทธธรรมบันลือ”

สร้างความประหลาดใจให้พวกเราทุกคนเมื่อทราบถึงประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้

05

06

07

ทางเดินขึ้นสู่พระธาตุเจดีย์ประดับด้วยรูปปั้นพญานาค 5 เศียร อยู่ในท่าเลื้อยลงมาจากพระธาตุ  

ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูป 60 องค์ เรียงรายรอบ 8 เหลี่ยมซึ่งก็คือพระบรมสารีริกธาตุ  

เจดีย์ทรงระฆังเป็นศิลปะผสมระหว่างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชทางใต้และพระบรมธาตุทางเหนือ

ส่วนรอบนอกเป็นพุทธประวัติขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด  มุมเสาแต่ละต้นมีรูปปั้นเทพต่างๆ อันบ่งบอกถึงความเชื่อในสมัยก่อน เช่น พระพิฆเนศ พระนารายณ์ พระพรหม เป็นต้น

ภายนอกเป็นเหล่าบรรดาเทพยดาต่างๆ ดังเช่น องค์พระอินทร์ ยักษ์แบกเจดีย์ ซึ่งแต่ละตนก็มีการแต่งกาย สีเสื้อผ้า และเครื่องศีรษะแตกต่างกันออกไป มีพญาครุฑกำลังจับนาคหรือที่เรียกกันว่า “ครุฑยุดนาค” มีช้างเอราวัณช้างทรงของพระอินทร์ ที่แสดงถึงฤทธานุภาพ และความแข็งแกร่ง

สิ่งพิเศษสุดท้ายที่เราได้คลายความสงสัยเกี่ยวกับวันสำคัญต่างๆ ของวัด เช่น วันมาฆบูชา ทางวัดจัดให้มีประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นประจำทุกๆ ปี รวมถึงวันออกพรรษา ซึ่งจะมีการตักบาตรเทโว เพื่อส่งเสริมให้ชาวพุทธได้ร่วมกันทำบุญและเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นให้มีสืบต่อไป

08

เมื่อเราลงมาจากพระมหาธาตุเจดีย์ก็จะพบกับประติมากรรมของทางวัดมากมาย

เริ่มจากศาลาการเปรียญที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว คือออกแบบศาลาให้เอนเข้าหากัน ด้านขวาเป็นเรือสุพรรณหงส์ มีน้ำล้อมรอบ ราวกับพระอุโบสถอยู่ในเรือ  

เมื่อมองจากศาลาการเปรียญออกไปจะเห็นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ดวงหน้าเปล่งปลั่ง  รู้สึกถึงความคุ้มครองจากท่าน  ใกล้กันประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก ชาวบ้านเชื่อกันว่า ท่านทั้งสองปกปักษ์รักษาไม่ให้เกิดภัยพิบัติ

นี่คือเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจของวัด และนับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปกับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้  

หากอยากพบกับบรรยากาศใหม่ๆ ไม่จำเจกับวัดทั่วไป และอยากสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์จากยอดไม้

วัดราษฎร์อุปถัมภ์เป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจมากทีเดียว