คุณเคยอ่านหนังสือ ‘เกิดวังปารุสก์’ ไหม? แม้เคยอ่านหรือไม่ แต่วันนี้เราขอให้คุณปิดหนังสือและชวนไปเดินชม วังปรารุสก์ หรือ วังปรารุสกวัน ของจริงกัน ซึ่งตั้งอยู่หัวมุมถนนพิษณุโลกตัดกับถนนราชดำเนินนอก ตัววังเป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนวิลล่าสวยงามคลาสสิคท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น ตกแต่งภายในด้วยลวดลายสีทองวิจิตรแบบศิลปะบาโรก และรอคโคโค รวมทั้งลายปั้นปูนที่ให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในส่วนหนึ่งพระราชวังแวร์ซายส์ 

parus1

เดิมรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นที่ประทับของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถผู้เป็นพระราชโอรสและเป็นพระราชบิดาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ผู้นิพนธ์หนังสือเกิดวังปารุสก์นั้นเอง ...แม้ไม่ได้เกิดที่วังปารุสก์ แต่เมื่อได้มาชมและสัมผัส คุณอาจหลงรักวังปารุส์ตลอดไป

parus2

ออกจากวังข้ามถนนราชดำเนินนอกผ่านกองทัพภาคที่1 เดินเลาะไปตามถนนไม่ไกลก็พบวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามหรือที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักในนามว่า "The Marble Temple" เพราะทั้งพระอุโบสถและระเบียงวัด ประดับด้วยหินอ่อน และสร้างแบบศิลปะสถาปัตยกรรมไทย มีพระพุทธชินราชจำลองสีทองอร่ามเรืองรองงามวิจิตรเป็นพระประธานและพระพุทธรูปปางต่างๆ 25 องค์ ตั้งไว้โดยรอบระเบียง

parus10

แม้ได้ชื่อเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก แต่เดิมเป็นวัดร้างจนในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นแทนวัดเก่า 2 วัด คือ วัดแหลม และวัดไทรทอง โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นนายช่างออกแบบ และพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่างก่อสร้าง เรียกว่าใครที่มาวัดนี้นอกจากอิ่มใจกับบุญกุศลและสถาปัตยกรรมเลิศล้ำแล้ว ยังอิ่มสมองจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

parus3

หากเดินจนท้องเริ่มหิว แดดเริ่มกล้า แนะนำแวะกินอาหารที่ตลาดนางเลิ้งร้อยปีซึ่งเป็นตลาดบกแห่งแรกของไทย มีร้านเมนูเด็ดๆให้เลือกมากมาย แต่ที่ไม่อยากให้พลาดคือ บะหมี่เป็ดร้านรุ่งเรืองและเป็ดพะโล้ ร้านส.รุ่งโรจน์ของดีประจำร้านที่อร่อยสมคำการันตีมากมาย ของหวานตบท้ายก็มีทั้งร้านขนมถ้วยตะไล หรือร้านขนมไทยแม่สมจิตต์ที่มีขนมแปบไส้กุ้งเนื้อแน่นเต็มคำ อิ่มท้องแล้วก็แวะไปไหว้สักการะศาลากรมหลวงชุมพรฯหรือเสด็จเตี่ยอันเป็นที่เคารพของคนนางเลิ้งเพื่อความเป็นสิริมงคล

parus4

parus5

เดินเลาะตลาดไปทางตรอกโรงไข่จะเจอศาลาเฉลิมธานี โรงหนังไม้เก่าอายุเกือบร้อยปีซึ่งเหลือโครงสร้างอาคารพอให้จินตนาการถึงวันวานอันเฟื่องฟูของแหล่งบันเทิงในอดีต เดินออกจากตลาดไปอีกไม่ไกลข้ามถนนพะเนียงก็ถึงวัดสุนทรธรรมทาน หรือ วัดแคนางเลิ้งอันเป็นศูนย์กลางแรกเริ่มของย่านนางเลิ้งและเก็บอัฐิพระเอกอันดับหนึ่งตลอดกาลอย่างมิตร ชัยบัญชา เอาไว้ด้วย ซึ่งที่ชุมชนเล็กๆ นี่ มีคณะละครชาตรีรุ่นสุดท้ายของ “คณะกัญญา ลูกแม่แพน” อันเป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่ตำรับไทยแท้ที่หาชมได้ยาก

 parus6

ใกล้ๆ วัดแคนางเลิ้งติดถนนหลานหลวง ทางเข้า-ออกชุมชนเป็นตรอกซอยเล็กๆ มีบ้านศิลปะชุมชนอันเป็นแหล่งรวมตัวทำกิจกรรมสร้างสรรค์ของเด็กและคนในชุมชนบนลานบ้านไม้เก่าซึ่งมีเถาไม้ปกคลุมร่มรื่น ทั้งรำละครชาตรี ทักผ้าพันคอ สานปลาตะเพียน ทำหนังสั้น ใกล้กันนั้นเป็นบ้านเต้นรำ ที่เปิดเป็นโรงเรียนสอนเต้นลีลาศ ซึ่งแต่ก่อนคือแห่งพบปะสังสรรค์ของนักธุรกิจจึงมีการเต้นลีลาศที่รับอิทธิพลตะวันตกเข้ามาในสมัยนั้น นอกจากทั้งสองบ้านแล้ว บ้านสุดท้ายที่จะพาไปคือ บ้านนราศิลป์ (บ้านเครื่อง) ซึ่งรับงานแสดงโขนกลางแปลง โขนหน้าจอ ละครชาตรี และดนตรีไทย อีกทั้งยังผลิตชุดเครื่องแต่งกายโขนละครให้กับคณะการแสดงต่างๆ อีกด้วย

parus8

ตะวันอัสดงคล้อยลงต่ำ สองขาอาจเริ่มอ่อนล้า จึงขอเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการลงเรือท้องแบนของกทม.ล่องไปตามคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งเปิดให้บริการประชาชนที่ไปงานตลาดน้ำคลองผดุงกรุงเกษมจากท่าเรือหัวลำโพงอีกด้วย  การนั่งเรือทำให้เห็นวิถีชีวิตทั่วไปของผู้คนตลอดสองข้างคลอง ผ่านย่านเก่าสำคัญและหมู่ตึกเก่าอันมีมนต์เสน่ห์ จนมาจอดขึ้นท่าที่หน้าโรงเรียนเทพศิรินทร์

parus12

parus9

ตะวันยอแสงล้อกับตึกแม้นนฤมิตรหลังใหม่สีแดงที่ยังคงสถาปัตยกรรมแบบกอธิคเอาไว้ ซึ่งมี วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร (วัดเทพศิรินทร์) ตั้งเด่นสง่าอยู่ข้างโรงเรียน โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2419เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศลถวาย สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีผู้เป็นพระราชชนนี พระอุโบสถของวัด มีขนาดใหญ่และตกแต่งอย่างงดงาม ด้วยลายรดน้ำและซุ้มประตูหน้าต่างสีทองเปล่งประกาย เพดานสลักรูปเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทั้งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญอย่างพระนิรันตรายซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 4

parus11

ขณะล่องเรือของกทม. กลับท่าเดิมไปตามคลองผดุงกรุงเกษม ผมมองหมู่ตึกและวิถีชีวิตผู้คนต่างๆ แม้กรุงเทพฯ จะดูแออัด วุ่นวายและไม่น่าเที่ยวสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับผมคิดว่าสถานที่ทุกสิ่งมีความน่าสนใจในตัวของมันเอง อยู่ที่ว่าเราจะมองหามันเจอหรือไม่ ลองออกมาเที่ยวแล้วคุณจะรู้ว่ากรุงเทพฯ ยังมีสถานที่น่าเที่ยวอีกมากมาย

 

วังปารุสกวัน ตำหนักจิตรลดา >>> เปิดทำการวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โทร.0-2282-5057

วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร >>> เปิดทุกวัน เวลาเปิด – ปิด 05.00-22.00 น. โทร. 02621-8221

>>>เรือเพื่อการสัญจรในคลองผดุงกรุงเกษม ให้บริการประชาชน จากท่าเรือหัวลำโพง – บริเวณพื้นที่จัดงาน โดยเรือท้องแบนขนาด 20 ที่นั่ง จำนวน 4 ลำ ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00  น. ให้บริการทุก 10 นาที ทุกวันเสาร์- อาทิตย์

 

ขอขอบคุณ งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย