​จะทำอย่างไรให้เราเป็นคน “โฟกัส” กับสิ่งที่ทำ

คำว่า “โฟกัส” มาจากภาษาอังกฤษ คือ Focus แปลว่า จับจ้อง เพ่งความสนใจ ให้น้ำหนัก กับสิ่งสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ

ข้อสังเกตเมื่อเราโฟกัสอะไรสักอย่าง

1. สิ่งที่เราโฟกัส จะมีเพียงสิ่งเดียว เรื่องเดียว หรือไม่กี่สิ่งเท่านั้น

2. เมื่อโฟกัสหนึ่งสิ่งแล้ว สิ่งรอบข้างจะเบลอ ละลายหายไปกับ Background ด้านหลัง คล้าย ๆ กับการถ่ายรูป หรือ ลองชูนิ้วชี้ขึ้นมา แล้วมองไปที่นิ้วชี้นั้น จะเห็นว่าถ้าเราเห็นนิ้วชัดเจน สิ่งอื่นจะเบลอทันที

https://www.pexels.com/photo/photography-of-person-holding-black-camera-lens-759960/ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/photography-of-person-holding-black-camera-lens-759960/

ผู้เขียนเองก็ตั้งใจว่าจะทำในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการงาน ชีวิตส่วนตัว เป้าหมายในอนาคต ฯลฯ และเครื่องมือที่จะช่วยได้เป็นอย่างดีก็คือ “การโฟกัส” นั่นเอง

Advertisement

Advertisement

การโฟกัสนอกจากจะทำให้เราทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาได้ด้วย กล่าวคือการทำอะไรโดยไม่โฟกัส อาจเป็นการเผาเวลาทิ้งไปอย่างน่าเสียดายได้ ดังนั้นแล้วหากเรามีหลายสิ่งที่จะต้องทำ จงโฟกัสเพื่อใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด

เราจะเป็นคนที่โฟกัสมากขึ้นได้อย่างไรบ้าง ผู้เขียนคิดว่าเราควรจะทำสิ่งเหล่านี้

1. วางยุทธศาสตร์และกำหนด Timeline

การวางยุทธศาสตร์และกำหนด Timeline หมายถึง การวางแผนว่าช่วงเวลาไหน ควรจะโฟกัสอะไร บางคนอาจจะคิดระยะยาว อย่างเช่น 5-10 ปี หรือจะคิดว่าใน 1 ปี แต่ละเดือนจะโฟกัสเรื่องอะไรบ้าง และย่อยลองมาอีกว่า แต่ละสัปดาห์ในเดือนนี้จะโฟกัสอะไร มาจนถึงแต่ละชั่วโมงในวันนี้จะโฟกัสอะไร

https://www.pexels.com/photo/man-wearing-black-and-white-stripe-shirt-looking-at-white-printer-papers-on-the-wall-212286/ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/man-wearing-black-and-white-stripe-shirt-looking-at-white-printer-papers-on-the-wall-212286/

Advertisement

Advertisement

การวาง Timeline จะทำให้เราเห็นภาพรวมว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง มีเทศกาล วันสำคัญอะไรเกิดในช่วงเดือนไหนบ้าง ช่วงไหน High Season ช่วงไหน Low Season เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงเดือนมกราถึงพฤษภาคม จะโฟกัสเรื่องการเรียนภาษา เพื่อจะไปต่างประเทศในเดือนมิถุนายน เป็นต้น

สำหรับผู้เขียนแล้ว ในเดือนมกราคมเดือนแรกของปีจะโฟกัสที่การ “หาเงิน” และใช้ให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้ใช้ชีวิตได้อย่างสนุกสนาน ฟิน ๆ ทั้งปี ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่เน้นด้านการพัฒนาตัวเองในบางด้าน อะไรทำนองนี้

2. พยาม “อยู่กับปัจจุบัน” ให้มากที่สุด

ตรงนี้หมายถึงเมื่อช่วงเวลาไหน เราทำอะไรได้แค่ไหน ก็แค่นั้น และทำให้ดีที่สุด ไม่ได้บอกว่าห้ามวางแผน ห้ามคิดถึงอนาคต แต่หมายถึงว่าถ้า ณ ตอนนั้น เราไม่สามารถทำสิ่งอื่นที่เรากำลังนึกถึงหรือกังวลถึงมันได้ ก็ให้เราทำสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุด

Advertisement

Advertisement

อย่างเช่นในระหว่างการเรียนหรือฟังสัมมนา และเหลือบไปเห็นพ่อค้าขายหมูปิ้ง เราไม่สามารถกระโดดออกไปนอกหน้าต่างเพื่อไปหมักหมูปิ้งเสียบไม้ขายหาเงินเข้ากระเป๋าได้ เราก็ต้องอดทนฟังสัมมนานั้นอย่างตั้งใจให้จบ และยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องหารายได้โดยการขายหมูปิ้ง ก็จะทำให้เราได้อะไรดี ๆ จากการตั้งใจฟังสัมมนานั้นอย่างแน่นอน

https://www.pexels.com/photo/man-sitting-with-laptop-computer-on-desk-and-lamp-1586996/ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/man-sitting-with-laptop-computer-on-desk-and-lamp-1586996/

ในข้อนี้ผู้เขียนเองก็ต้องฝึกด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้เราก็แยกแยะให้ดีว่างานบางอย่างจำเป็นต้องโฟกัสเข้ม ๆ ไหม อย่างเช่นเราไม่จำเป็นต้องซักผ้าด้วยความตั้งใจสุดขีด จนไม่ฟังเพลง หรือ ไม่ฟังสาระดี ๆ จาก YouTube เลย หากเราไม่ได้มีอาชีพซักรีด ก็ไม่ต้องไปโฟกัสกับมันก็ได้ ทั้งซักผ้าไป ฟังเพลงไป เพลิน ๆ ได้เลย

3. สนใจความเข้มข้นของสิ่งที่ทำ มากกว่าสนใจเวลาที่ใช้ไป

การฝึกซ้อมแค่ 5 นาทีด้วยความเข้มข้น อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฝึกซ้อม 2-3 ชั่วโมงแบบเรื่อยเปื่อย หรือการออกกำลังกายแบบเน้น ๆ แค่ไม่กี่นาที แต่ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยม ไม่ต้องน้ำเยอะ แต่ขอเนื้อเน้น ๆ

อย่างที่ได้บอกไว้ข้างต้นว่าการโฟกัสเช่นนี้จะช่วยให้เราประหยัดเวลาไปมาก เพราะบางอย่างถ้าตั้งใจทำอาจจะเสร็จได้ภายในรอบเดียว แต่ถ้าไม่ตั้งใจ ก็อาจจะต้องวนกลับมาทำใหม่ซ้ำ ๆ

https://www.pexels.com/photo/woman-doing-sit-ups-3076516/ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/woman-doing-sit-ups-3076516/

ข้อนี้รวมถึงการตั้งใจนอนอย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน นอน 5 ชั่วโมงอย่างไร ให้สดชื่นเหมือน 8 ชั่วโมง ก็มีหลายเทคนิค หลายวิธี ที่มีคนเคยเขียนไว้ สามารถไปหาอ่านกันได้ค่ะ

ข้อควรระวังสำหรับข้อนี้ คือ อย่าสับสนระหว่างความ “เข้มข้น” กับ “ความใจร้อน” คนเข้มข้นจะรู้ว่าสิ่งที่ทำมีกระบวนการอย่างไร อะไรที่เรียกว่าเสร็จ แต่คนใจร้อนจะเร่งกระบวนการ และข้ามขั้นตอนให้เสร็จเร็วเกินไป

https://www.pexels.com/photo/beard-blur-close-up-face-583437/ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/beard-blur-close-up-face-583437/

และนี่ก็คือ 3 ข้อที่จะทำให้เราเป็นคนโฟกัสได้มากขึ้น ยิ่งโฟกัสยิ่งประหยัดเวลา ยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดี มีคุณภาพ เผลอ ๆ อาจจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ด้วย (โฟกัสรสนิยมและความภูมิใจในเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ซื้อของตามใคร หรืออยากจะเอาไปอวดใคร)

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการ “โฟกัส” ที่มากขึ้นในชีวิตนะคะ

โอ้