ช่วงชีวิตมักจะมีแต่ละช่วงเวลาที่มันผันขึ้นและลงอย่างแตกต่างแต่สอดคล้องเกี่ยวเนื่องกัน หากว่าเราลองสังเกตดูให้ดีแล้วล่ะก็จะเห็นว่าชีวิตมันครบรสจริง ๆ สวรรค์ช่างสรรสร้างเพราะบางทีเวลามันจะมีมันก็จะดีอย่างเวอร์แต่พอเวลาจะหมดจะแย่ก็ล่มเอาซะดื้อ ๆ แบบกู่ไม่กลับเอาซะด้วยจะค้นจะหายังไงก็หาไม่เจอไม่ง่ายไม่ดีเหมือนเคยไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนเรื่องงานเรื่องครอบครัวหรือเรื่องใดใดก็ตาม เอาแค่ว่าเล่นเกมในมือถือแค่นั้นแหละเวลาจะเล่นดีอะไร ๆ ก็ดูดีดูง่ายไปหมดแต่พอมาเล่นอีกทีไหงเหลวเป๋วไม่เป็นท่าซะงั้นมันก็แปลกดีนะบางคนก็บอกเป็นเรื่องของดวงเรื่องของโชคชะตาแต่เอาจริง ๆ ความจริงของโลกใบนี้มันมีอยู่และมันเป็นสัจธรรมคือทุกอย่างมีเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป เอาง่าย ๆ ก็คือโลกนี้มีอยู่สองด้านเสมอ ใกล้-ไกล ต่ำ-สูง หัว-ก้อย ขาว-ดำ บวก-ลบ ดี-ร้าย รวย-จน มีความรัก-อกหัก หรือว่า สำเร็จ-ล้มเหลว ฯลฯ ลองคิดตามดูนะว่าไอ้สิ่งที่ว่าไปเนี่ยเชื่อว่าแทบทุกคนต้องเคยสัมผัสมันมาแล้วทุกอย่างจริงมั๊ย? เอาล่ะ! ทีนี้เราก็มาเข้าเรื่องกันดีกว่าเพราะถ้ามันเป็นลบขึ้นมาในชีวิตซะทุกอย่างจะทำไงดีล่ะ? เรียกว่าประตูทางออกสุดท้ายที่ดีที่สุดที่คิดว่าน่าจะทำให้ทุกอย่างจบก็คือการหนีปัญหาถ้าไม่ม้าหลังก็ต้องลาก่อนสิเนอะ ไม่เอา ๆ เอางี้ดีกว่าลองมาดูว่าเอสเซเว่น (S7) จะช่วยอะไรได้บ้างกันดีกว่า?

Advertisement

Advertisement

Stop negative thinking          1. Stop  negative thinking (เลิกคิดลบ)

              ใช่แล้ว! อย่างแรกที่ต้องทำเลยคือหยุดคิด! ให้ไวเลยให้ไว! เพราะหากว่าคิดแล้วคิดอีกคิดจนเครียดจนคนรอบข้างพากันได้รับผลกระทบโดน effect ตามไปด้วยแล้วเราก็มีแต่จะเครียดเพิ่มขึ้นไปอีกหากพวกเขาปล่อยความเครียดนั้นกลับคืนมาเพราะงั้นก็ให้ปล่อยวางไปก่อนเลย ลองคิดดูสิถ้ามือนะถือหินก้อนใหญ่ไว้โดยไม่รู้จะเอาไปทำอะไรมันก็มีแต่โทษไม่มีประโยชน์อะไรซักอย่างหนักก็หนักเปลืองพลังงานเสียเปล่า ๆ  ปล่อยทิ้งเลยรับรองเบาโหวงสบายแบบที่ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อนเลยล่ะหรือก็รู้อยู่แล้วว่าไฟมันร้อนก็จะทู่ซี้ทนถือก้อนถ่านไม้ฟืนเอาไว้ในมือซะงั้นมันก็รังแต่จะเจ็บเองซะเปล่า ๆ แล้วจะแบกจะถือไว้ทำไมเนอะก็วางลงสิ! รึว่าเอาทิ้งไปเลย! รับรองสบายมือสบายใจละทีเนี้ยแต่ว่าไม่ใช่ว่าจะให้หยุดคิดทุกอย่างนะเพียงแต่ว่าให้หยุดคิดเรื่องแย่ ๆ ซะเพราะไม่งั้นมันจะย่อยแยกแตกหน่อออกไปเรื่อย ๆ ยิ่งอยู่คนเดียวยิ่งอันตราย เคยได้ยินมั้ย!? อยู่คนเดียวระวังความคิดอยู่กับมิตรระวังคำพูดนั่นล่ะแต่ถ้าจะคิดอะไรที่มันทำให้เรามีความสุขมีความหวังไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเป็นเรื่องในอดีตหรือเรื่องในอนาคตหรือฝันกลางวัน (ที่มันจะเกิดขึ้นจริงรึเปล่าก็ไม่รู้?) ก็ไม่เป็นไรคิดไปเลยอย่างเงี้ยจัดไป! 

Advertisement

Advertisement

Start working          2. Start working (หาอะไรทำ)

              จากนั้นก็หาอะไรมาทำ ๆ ไปเพื่อให้สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำมันจะได้ลืม ๆ สิ่งที่คิด ๆ อยู่เพื่อไม่ให้ตัวเองว่างจนสมองต้องมาคิดฝักใฝ่หมกมุ่นแต่เรื่องเดิม ๆ อีก ถ้ามีงานก็ทำไปไม่มีก็ทำงานบ้านทำกับข้าวเย็บปักถักร้อยออกกำลังกายหรือว่าออกไปเดินเล่นไปเที่ยวห้างไปดูหนังแต่ถ้าขี้เกียจไปไหนก็ทำกิจกรรมบันเทิงเหล่านี้อยู่ที่บ้านก็ได้จะเลือกดูหนังฟังเพลงอะไรก็ตามแต่ใจมีเยอะแยะไปหมดเอาให้มันลืมเรื่องที่คิดไปก่อนหรือว่าจะเล่นมือถือเล่นเกมหรือว่าเล่น Face Line Tik Tokหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ทำแล้วมันมีความสุขสมองมันจะได้หลั่งสารอะดรีนาลีน เอ้ย! เอ็นโดรฟินที่เป็นสารแห่งความสุขมาให้เราดีขึ้นมั่งพอเราหยุดคิดตอนที่คิดอะไรไม่ออกแล้วถอยออกจากปัญหามายืนมองดูห่าง ๆ ไม่ได้โฟกัสแบบซีเรียสแล้วทีนี้เราก็จะเริ่มจะมองเห็นแล้วล่ะว่าจะทำอะไรต่อไปดี

Still wait for the right time          3. Still wait for the right time (ปล่อยให้เวลาจัดการ)

              อย่างที่เกริ่นไว้ว่าการเร่งทำอะไรในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่มันไม่ใช่ที่มันยังไม่เหมาะสมยังไม่ถึงเวลาก็จะมีแต่เสียกับเสีย ดังนั้นเราจึงต้องปล่อยวางซึ่งนั่นก็คือปล่อยให้เวลามันจัดการทุกอย่างไปก่อนเพราะว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เวลาจะจัดการทุกอย่างไม่ได้รวมถึงโชคชะตาจะกำหนดให้เวลาเป็นตัวนำโอกาสต่าง ๆ มาให้ ส่วนเราก็ลอง ๆ คิดวางแผนไว้กับแนวทางที่จะทำต่อไปไว้ให้เรียบร้อยจะได้แก้ไขได้ถูกจุดอะไรได้ไม่ได้ยังไงก็ว่ากันไปพอถึงเวลาที่ใช่มันก็จะมีสัญญาณอะไรบางอย่างส่งมานั่นล่ะเราก็จะได้เวลาลุยกันตอนนั้นซึ่งผลมันก็จะออกมาตามแนวทางที่เราปูทางไว้ถ้าวางไว้ดีมันก็จะดีไม่ว่าจะเป็นความคิดจิตใจอารมณ์และสติปัญญาเพราะจากนั้นเมื่อเวลามาถึงสิ่งที่แย่ ๆ อยู่นั้นมันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นถ้าเราพยายามทำอะไรให้มันดีที่ไม่ได้ทำอะไรที่มันแย่ลงไปกว่าเดิมนะยังไงเสียเมื่อมันลงไปยังจุดต่ำสุดมันก็จะค่อย ๆ วกกลับขึ้นมาในที่สุดจนอยู่ในระดับที่ทำให้เรายิ้มเต็มปากได้อีกครั้ง

Spark a power          4. Spark a power (เค้นพลังออกมา)

              พอได้เวลาที่เหมาะสมก็ถึงเวลาต้องจัดการกับปัญหาแล้วล่ะ เอาล่ะ! มารวบรวมกำลังใจฮึดขึ้นมาสู้กันอีกสักหนดีกว่าเพราะการหนีปัญหาไม่ใช่สิ่งที่ควรทำโดยเด็ดขาดด้วยความเชื่อและความหวังว่ามันจะดีขึ้นถ้าตั้งใจเสียอย่างมันก็ต้องดีขึ้นสิเนอะ เอาเป็นว่าอย่ามัวไปจ่อมจมอยู่กับความทุกข์อยู่อีกเลยเปลี่ยนความคิดเปลี่ยนแนวทางเดิม ๆ มาเค้นพลังลุกขึ้นสู้อีกครั้งตามที่เราได้วางแผนไว้ ว่าแต่เคยได้ยินตลกเค้าเล่นมุขมั้ย? ว่ามีทางเข้ามันก็ต้องมีทางออกถ้ามันไม่มีทางให้ออกก็ออกมันซะทางเข้านั่นแหละแม้ว่าจะดูเหมือนพูดเล่น ๆ แต่นั่นล่ะความจริงสุด ๆ เลยล่ะเพราะว่าประตูนี้มันพาเราเข้ามาได้มันก็ต้องพาเราออกไปได้และถ้าจะว่ากันในแนวธรรมะก็คือหาสาเหตุของปัญหาที่เป็นตัวต้นเรื่องที่ทำให้ทุกอย่างมันบานปลายมาจนถึงตรงนี้ให้ได้นั่นแหละแล้วก็มาฮึดรวมพลังลงมือดำเนินการกันเลยดีกว่า

Step by step          5. Step by step (แก้ไขอย่างเป็นขั้นตอน)

              พอได้โอกาสแล้วก็มาเริ่มกันเลยมาเริ่มก้าวแรกที่จะออกจากประตูปัญหาด้วยการทำแบบค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำไปแบบทีละเล็กทีละน้อยเป็นขั้นเป็นตอนทำจากเล็กไปหาใหญ่ตาม Plan แบบไม่ต้องเร่งทางไหนไปได้ก็ไปต่อทางไหนไปไม่ได้ก็เปลี่ยน บางทีปัญหาก็เหมือนเชือกที่มันพันกันจนเป็นปมแน่นพยายามแกะแล้วแกะอีกจนหงุดหงิดยิ่งแกะก็ยิ่งพันกันสับสนอลหม่านไปหมดยิ่งทำยิ่งแย่เพราะพาลจะหงุดหงิดเอาซะะงั้น ดังนั้นก็พักก่อนถอยออกมาจากปัญหาก่อนตั้งหลักอีกสักทีและหลังจากที่อารมณ์กลับมาเป็นปกติใจเย็นลงแล้ว ก็ค่อย ๆ แกะ ค่อย ๆ สอด ค่อย ๆ แก้ทีละปม ๆ ไม่นานก็ได้เอง ปัญหาก็เช่นเดียวกันเพราะปัญหามันมีคุณสมบัติประจำตัวของมันคือมีให้แก้แต่ถ้าเราหนีปัญหาด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ยังไงก็แก้ไม่ได้ไม่ว่าจะตายหรือจะอยู่เพราะไปผิดทางเพราะฉะนั้นมันต้องแก้เท่านั้นจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม 

See the good in all things          6. See the good in all things (มองโลกในแง่บวก)

              ระหว่างที่พยายามดำเนินการแก้ไขอย่างเต็มที่เต็มกำลังเพื่อก้าวสู่หนทางแห่งการปลดทุกข์ทั้งปวงก็ต้องพยายามมองโลกในแง่บวกทั้งในเรื่องของความคิดคำพูดและการกระทำที่มีแต่สิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหานั้น ๆ โดยการคิดมุ่งหวังและต้องการแต่สิ่งที่ดี ๆ ขณะที่กำลังทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดนั้นมันจะมีพลังบางอย่างที่เป็นพลังบวกดึงสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตตามกฎแห่งการดึงดูดไม่ว่าปัญหานั้นจะน้อยหรือใหญ่หรือว่ามันจะส่งผลกระทบต่อเรามากหรือน้อยเพียงใดก็ตามจงระลึกไว้เสมอว่ามันไม่ได้มีแค่เราที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เป็นคนแรกและก็ไม่ใช่คนสุดท้ายอย่างแน่นอน ซึ่งไม่ว่าใครจะพูดจาเยาะเย้ยดูถูกถากถางยังไงก็ตามแต่อย่าไปสนใจและให้เชื่อมั่นว่าเรามาถูกทางแล้ว เพราะเมื่อเราสร้างสิ่งดี ๆ เป็นฐาน สิ่งดี ๆ มันก็จะต่อยอดตามมาเรื่อย ๆ จนเกิดสิ่งที่ดีอย่างเป็นรูปธรรมที่เหมาะกับเราในที่สุด

Stay strong & move on          7. Stay strong & move on (เข้มแข็งเข้าไว้แล้วไปต่อ)

              นอกจากที่เราจะใช้วิธีสร้างกำลังใจให้ตนเองรับมือกับสังคมลบรอบข้างด้วยการฟังหูซ้ายทะลุหูขวาแล้วพร้อมกันนี้ก็ให้เราเก็บเอาทุกคำดูถูกมาเป็นพลังขับเคลื่อนให้ก้าวเดินต่อไปเอาให้พวกเค้าเห็นว่าแท้จริงแล้วศักยภาพของเราน่ะมันมีแค่ไหนด้วยความเข้มแข็งทั้งทางกายและสภาพจิตใจที่ต้องแข็งแกร่งเพื่อมุ่งหน้าสู่ทางออกของปัญหานั้นเชื่อเหอะว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วเราจะมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เอ๊ย! ภูมิคุ้มกันปัญหาต่าง ๆ แบบ up level กันเลยทีเดียวครั้นพอหันมองกลับมายังจุดเดิมที่เคยอยู่เราจะเห็นว่าปัญหานั้นมันเล็กนิดเดียวเพราะเราสามารถแก้โจทย์มันได้แล้ว คราวนี้ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกต่อไปหากรอบเวลาใหม่ของมันจะมาเยือนอีกครั้งซึ่งเมื่อนั้นเราก็คงจะหาทางป้องกันทุกอย่างไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำสองเป็นที่เรียบร้อย

          ทุกเรื่องมักจะมีพวกที่แบบว่าดูเหมือนจะหวังดีแต่มีประสงค์ร้ายที่คงทำอะไรไม่ได้หรอกหากมาเจอเรื่องร้าย ๆ อย่างเรา แต่ว่าอยากไงอยากตอกย้ำอยากเหยียบย่ำอยากดูถูกโดยเฉพาะพวกที่มันอิจฉาริษยาเราทั้งในที่ลับหรือแบบชัด ๆ นั่นน่ะ อย่าได้แคร์ช่างมันไม่ต้องห่วงหรอกทุกคนย่อมมีกรรมเป็นของตนหากวันใดวันหนึ่งกรรมชั่วส่งผลพวกเขาเหล่านั้นก็จะเป็นคนที่มีสภาพไม่ต่างจากเราในวันนี้ เพียงแต่ว่าจะสามารถข้ามผ่านปัญหาอย่างเราได้หรือเปล่าก็ไม่รู้? เพราะคนคิดในแง่ลบคงจะผ่านด่านยากเป็นแน่แท้เพราะว่ามีแต่พลังงานลบทั้งนั้นจะคิดจะทำให้ดีขึ้นก็คิดแต่ทางลบสุดท้ายก็ไม่ได้เริ่มลงมือแต่กลับไปคิดไปเชื่อไปทำในสิ่งที่มันลบมันก็จบเห่เอวังอย่างแน่นอน ส่วนเรานั้นถ้าสามารถจบปัญหาและข้ามผ่านมันไปได้ด้วยดีแล้วก็อย่าลืมว่า "ยามยากอย่าหนี ยามมีอย่าทะนง!" แต่ถ้าหากว่ายามใดเกิดท้อแท้สิ้นหวังหมดสิ้นเรี่ยวแรงหมดสิ้นพลังและไฟในการทำงานแล้วไซร้ก็ให้เปลี่ยนยามเถอะ! ดีที่สุด เอ๋..นี่เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงเนี่ย..!?!

          ท้ายนี้..ก็อยากจะฝาก S ตัวสุดท้ายไว้อีกหนึ่งตัวเป็นของแถมเพื่อจะก้าวผ่านปัญหาไปได้จริง ๆ อ้อ เดี๋ยว ๆ ๆ!! ลืมไปว่าก่อนจะรับ S ตัวสุดท้ายไปนะจะต้องกินเจซะก่อนหรือไม่ก็ต้องรับปากว่าจะกินเจนะถึงจะได้ผลชะงัด เพราะจะได้มี J ไว้ในครอบครอง แล้วจากนั้นจึงจะสามารถรับ S ตัวสุดท้ายมาต่อยอดให้เป็น JSPKK !!!  จงฟังให้ดีถ้าเท้ายังยืนบนพสุธา จงอย่าเดินกลับหลัง อย่าหยุดยั้ง กับ ศรัทธา!!

JSPKK

                                                                                        โดย  นรชนไท

                        เครดิตภาพ

ภาพปก   โดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

ภาพที่ 1  โดย Joël Super จาก Pexels

ภาพที่ 2  โดย RODNAE Productions จาก Pexels

ภาพที่ 3  โดย Andrey Grushnikov จาก Pexels

ภาพที่ 4  โดย Li Sun จาก Pexels

ภาพที่ 5  โดย  Shamia Casiano จาก Peexls

ภาพที่ 6  โดย  Andrea Piacquadio จาก Pexels

ภาพที่ 7  โดย  Tatiana Twinslol จากPexels

ภาพที่ 8  โดย Thibault Trillet จาก Pexels