love letterจดหมายรัก

วันที่ 26 มีนาคม 2564

ถึง บรรดาแฟนเก่าทุกท่าน

เรื่อง ขอดีของการเลิกกัน

** may be wondering why ** wrote this letter by referring to all of my exs. **’d like to say sorry if the heading irritated yr feelings. However, ** are kindly asked to strictly follow the letter till the end. ** will eventually understand of why ** have written you this letter. Although the letter does refer to others, my true intention is ** na. ** wish to wrap up my love story (prior to having met **) -where all unsuccessful love in the past got ** much more mature in a practical way.

คุณอาจจะนึกแปลกใจว่าผมเขียนจดหมาย  (ถึงคุณ) แต่กลับอ้างถึงบรรดาแฟนเก่า ผมต้องขอโทษถ้า ถึง ... (คนอื่น - ไม่ใช่คุณ) ถ้ามันทำให้คุณเองไม่โอเค แต่อย่างไรก็ดี ผมอยากให้คุณติดตามอ่านไปจนจบ แล้วคุณก็จะทราบว่า ทำไมผมเขียนจดหมายฉบับนี้แบบนี้ ทว่า จดหมายฉบับนี้จะอ้างถึงคนอื่น แต่ความมุงหมายของผมจริง ๆ คือ คุณ ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอสรุปความรักครั้งเก่าก่อนที่ผมจะเจอคุณ โดยที่รักที่ผิดหวังครั้งเดิม ๆ ทำให้ผมโตขึ้นมากในวิถีที่เน้นการปฏิบัติ

Advertisement

Advertisement

ข้อแรก ผมเคยคิดว่า รักแท้ไม่ควรต้องมีหรอกความเป็นส่วนตัวระหว่างกัน แท้จริงแล้ว ความเป็นส่วนตัวนั้นอาจจะดำรงอยู่ ในขณะที่ชีวิตส่วนตัวของคน 2 คนยังต้องมีต่อไปได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง เราต้องตระหนักว่า ไม่มีความลับ (ต่อกัน) ไม่ได้แปลว่า ต้องไม่มีชีวิตส่วนตัวเลย ทว่า ความลับของอีกฝ่ายอาจถูกเก็บรักษาในปริมาณที่ลดลงในบริบทของความรักแท้ แต่ในทางกลับกัน สิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคน ไม่จำต้องเปิดเผย (ทั้งหมด) ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม นี่จึงเป็นเหตุผลผมจะไม่ขอดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือจะไม่ถามตลอกชดเวลาว่า (คุณทำอะไร ที่ไหน กับใคร) ทำไมหรือครับ? เพราะคุณเองก็ปฏิบัติตัวได้ดี ผมจึงไม่จำเป็นต้องตามจี้ ใช่ครับ ก็คนมั่นเชื่อใจจริง ๆ  ที่ว่าสิ่งที่ผมแสดงออกมาทั้งหมดทั้งมวลนั้นผมไม่ต้องการที่จะคิดถึงคุณและจะทำให้คุณพอใจ ทั้งนี้ เพราะความแตกต่าง (ระหว่างเรา) เราจึงควรที่จะต้องปรับตัวเข้ากับวิถี/ขนบธรรมเนียมใหม่ ๆ ที่เราทั้งคู่ไม่คุ้นชิน เพราะฉะนั้น ผมจึงพยายามจะสื่อว่า สิทธิส่วนบุคคลของคุณจะไม่มีทางได้รับผลกรระทบเมื่อเราอยู่ด้วย 

Advertisement

Advertisement

Firstly, ** used to think that the true love should haven’t had privacy between the couple. Actually, the privacy may still exist, while the couple’s own lives must be maintained. In other words, we must bear in mind that no secret doesn’t mean no privacy at all. Whereas the secret information may be kept less in term of true love, ur own of all privacy isn’t supposed to disclose in anyway. That’s why ** shall not check yr personal technological devices nor ask ** to inform ** all the time. Why? Possibly bcoz ** shall behave in a good manner, **, of course, trust ** unconditionally. That ** express all of what are in my mind does not mean ** should think of  and tried to please **. Given ur differences, we shall  learn how to adjust oneself to novel norms we won’t get used to. As a consequence, ** imply that **’s privacy will be no way affected if we stay together.

Advertisement

Advertisement

used toชิน

ข้อสอง ผมเคยชอบฟังคำชอบที่ชอบ โดยไม่สนความถูกต้อง อาจเป็นเพราะคำตอบเกือบทั้งหมด (แม้จะถูกต้อง) อาจจะไม่ถูกใจ บ่อยครั้งผมจึงรู้สึกเบื่อหน่าย/รำคาญ  เมื่อผมได้ยินคำตอบที่ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ อาจเป็นเพราะมันน่าจะไปรบกวนความรู้สึกผมกระมั้ง ดังนั้น ผมจึงยินดีรับฟังคำคัดค้านหรือข้อท้วงติงถ้าผมมองว่ามันสมเหตุสมผลซึ่งมันอาจต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม 

Secondly, MM used to like hearing a more-pleasant answer regardless of the accuracy. Bcoz almost all answers are not pleasing. Definitely, MM often got annoyed when MM knew the right, yet unpleasant, ones, answers. They might be irritating – somehow. Therefore, pls feel free to argue or criticize ** if ** find any kind of plausible situations where a further clarification is required!

ข้อสาม ผมเคยคาดหวังว่ารักแท้ ควรจะหมายถึง เราใช้ชีวิตเพื่อหากิจกรรมทำร่วมกัน แต่ในทางปฏิบัติ มันไม่ใช่ทั้งหมด แต่มีเพียงแค่บางกิจกกรมเท่านั้นที่ควร ทั้งนี้ให้แล้วแต่เงื่อนไขเป็นกรณี ๆ ไปภายใต้ความสามารถในการบริหารเวลา (ถ้าทำได้)ความสัมพันธ์ของเราจะได้คงอยู่ตลอดไปตราบนานเท่านาน  หากคุณไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง (ไม่ต้องเป็นใครคนที่ผมคาดหวัง) ทำอะไรก็ได้ที่คุณอยากทำ ถ้าผมมองว่ามันน่าสนใจ เดี๋ยวผมจะไปร่วมกิจกรรมเองทันที

Thirdly, ** used to expect that the true love should mean that each of us could spend almost ur lives in doing common activities [together]. Practically speaking, not all but only some thereof is advised. Depending on ur capacity of time management, ur relationship can last forever. As long as ** r ** (not losing yrself) - not the one whom ** expected, please do whatever ** want. If ** find it interesting, ** will join promptly. 

ข้อสี่ ผมเคยคิดว่า รักแท้จะทำผมต้องเป็นคนแรกและคนสุดท้ายของ คนรักเก่าของผม แต่ในความเป็นจริงนั้น การเป็นเพียงคนสุดท้ายสำหรับคุณในยามที่

Forth, ** used to opine that the true love enabled MM to be the first and the last for my exs. In fact, being the only the furst one for ** when ** regrets would be OK; ** must think of ** as his last resort. Therefore, now ** am still OK if ** inform ** of your good news after others having known those good news; however, in the situation where ** regret, ** must think of ** prior to others. As a couple, sharing the sorrows is needed in term of the true love. 

 work hard, rest harder

 ยิ่งทำงานหนักยิ่งต้องพักผ่อน

ข้อห้า ผมเคยคิดว่า " แม้การทำงานจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ชีวิตหลังเลิกงานสำคัญพอ ๆ กันนะเธอ" ใช่แล้ว โรคหลอดเลือดสมองทำให้ผมต้องเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมเป็น  "ยิ่งทำงานหนักยิ่งต้องพักผ่อน" ดังที่บางคนพูดว่า "ทุกเหตุการณ์มีเหตุผลเสมอ" เฉกเช่นเดียวกัน กับความรักที่ไม่สมหวังในอดีต มันก่อให้เกิด รักแท้ของคู่เรานะ พนันได้เลย คุณจะต้องยิ้ม และคู่เราต้องถูกอิจฉาแน่นอน 555 (ท้ายนี้) อย่าบ้างาน ขอให้แข็งแรงทั้งกายและใจ ยิ้มไว้เสมอ แสดงความเคารพกับแม่คุณ และ kiss Nancy (สุนัข) แทนผมด้วยนะ หวัง หวัง (เสียงสุนัขของคนจีน) kiss

Fifth, ** used to think ‘work hard, play hard’ Definitely, the stroke changed the way of my thinking and behaving to ‘work hard, rest harder’ As some says ‘everything happens for a reason. As a result, all of my unsuccessful previous love must happen for ur true love na **. You bet! ** shall smile. + we deserve to be envied 555 don’t be workaholic, be healthy physically and mentally, always smile, drink water, kindly express my best regards to yr mom and kiss Nancy for ** pls! Wang Wang MUA

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด - ผมขอนำข้อสังเกตที่ผมตั้งทิ้งไว้ในจดหมายฉบับภาษาอังกฤษ https://cities.trueid.net/post/213116 นะครับ ดังนี้

1. แฟนเก่า ทุก ๆ คนของผมสอนผมหลาย ๆ อย่างโดยเฉพาะความคิดดังต่อไปนี้

1.1 เมื่อความคิดเราโตขึ้น เราจะมองความรักในเชิงปฏิบัติมากกว่าอุดมคติ 

1.2 รักกันไม่ได้แปลว่าเรามีสิทธิเข้าไปละเมิดพื้นที่ส่วนบุคคลของเขาได้ได้ เพราะ การที่เรามีกันและกันนั่นไม่ได้แปลว่าโลกของคนรักสามารถไปทับซ้อนโลกส่วนตัวของอีกคนหนึ่งได้ ดังนั้น ถ้าเราใช้ชีวิตด้วยกันจริง ๆ สบายใจได้ผมจะไม่เช็คโทรศัพท์และตามจิกแน่นอน อาจเป็นเพราะ ผมเหนื่อยจะตาม หรือจริง ๆ แล้ว เขาไม่มีอะไรให้ผมต้องมานั่งระแวง

1.3 เลือกฟังคำตอบที่ถูกต้อง มากกว่าคำตอบที่ถูกใจ เพราะรักกันมันต้องสามารถทั้งอวยและติงกันได้ เพราะถ้าอวยอย่างเดียวมันคงจะขัดกับ 'nobody is perfect'

1.4 รักกันหากิจกรรมร่วมกันเป็นสิ่งดี แต่ไม่ได้แปลว่าต้องทำทุกกิจกรรมร่วมกันเสมอ เพราะความชอบเป็นเรื่องของแต่ละคน ถ้าแฟนคุณชอบทานเผ็ด แต่คุณไม่ชอบ จงแยกกันทานไม่ต้องหาทำที่จะกินด้วยกัน แยกกันทำไม่ได้แปลว่าไม่รักฉันใด ทำกิจกรรมร่วมกันก็ไม่ได้แปลว่ารักกันมากฉันนั้น สังเกตนะครับ ตอนนอนกอดกันดี แต่เมื่อตื่นเราจะพบว่าที่เคยกอดกันดีตอนนอนก็แยกกันตอนเช้าเสมอครับ ฉะนั้นตัวติดกัน- อึดอัดนะครับ

1.5 ผมคิดว่า ไม่ว่าชีวิตคู่จะสุขหรือทุกข์มันเป็นเรื่องที่คนรักมีสิทธิที่จะรู้ แต่ส่วนตัวผมกลับมองว่า ถ้าเขามีความสุข เขาไม่มีหน้าที่แจ้งผมคนแรก แต่ถ้าเป็นความทุกข์เขาต้องบอกผมคนแรก! อย่างน้อยมันน่าจะสะท้อนว่าชีวิตเขาต้องไม่มีแค่เราคนเดียว แต่มันต้องแวดล้อมไปด้วยคนอื่น ๆ ด้วย ดังนั้นช่วงสุขผมโอเคถ้าเขาจะบอกผมเป็นคนท้าย ๆ แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาทุกข์ต้องบอกผมคนแรก!

1.6 ก่อนป่วย ผมเคยคิดว่าทำงานให้หนักแล้วเราจะมีชีวิตคู่ในบั้นปลายอย่างมีความสุข แต่ผมลืมนึกไปว่า เราอาจต้องมารักกัน ในขณะที่ต่างคนต่างใช้ชีวิตบนกันวีลแชร์ ผมว่าไม่ใช่นะ สู้ดีรักกันตอนนี้ พร้อมดูแลสุขภาพไปด้วย แม้จะไม่รวยมากแต่มันก็มีความสุขนะ เพราะความรวยมันซื้อสุขภาพดีไม่ได้

ท้ายนี้ขอบพระคุณภาพ

1. ปก โดย Onlineprinters จาก unsplash

2. ที่ 1 โดย queencreole จาก freepik

3. ที่ 2 โดย rawpixel.com จาก freepik

4. ที่ 3 โดย freepik จาก freepik

5. ที่ 4 โดย freepik จาก freepik