“ตำลึง” ผักพื้นบ้าน ผักริมรั้ว หาง่าย จนเรามองข้ามคุณประโยชน์
       ตำลึง เป็นพืชประจำถิ่นของไทย มีชื่อเรียกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาคกลาง และทุกภาคทั่วไป เรียก ตำลึง แต่มีบางท้องถิ่นที่มีคำเรียกอื่น เช่น ภาคอีสาน เรียก ตำนีน ภาคเหนือ เรียก ผักแคบ กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน เรียก แคเดาะ เป็นต้น

ลักษณะทางพฤษศาสตร์
• ตำลึง จัดเป็นพืชในตระกูลไม้เลื้อย มีใบเป็นใบเดี่ยว มีมือเกาะ ใบจะแผ่เว้าเป็น 5 แฉก ขนาดใบมีความกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร โคนใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลมมน ผิวใบเกลี้ยง ก้านใบยาว 3-6 เซนติเมตรลักษณะของตำลึง       
ดอก มีสีขาว เป็นดอกเดี่ยว แยกเพศ โดยเพศผู้จะมีขนาด 4-6 เซนติเมตร 1 ดอก มีอยู่ 5 กลีบ เกสรตัวผู้ 3 อัน ส่วนเพศเมียเกสรจะแยกเป็น 3-5 แฉก ส่วนกลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ทุกประการ

ลักษณะดอกของตำลึง
• ผล  มีรูปทรงป้อม ขอบขนาน ขนาดผลกว้างประมาณ 2.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ถ้าผลอ่อนจะมีสีเขียว ผลแก่จะมีสีส้มออกแดง ข้างในผลจะมีเมล็ดจำนวนมากลักษณะแบนรี ขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร

Advertisement

Advertisement

ลักษณะของผลตำลึง
10 คุณประโยชน์ ของตำลึง

ข้อที่ 1 ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมความเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย
ข้อที่ 2 ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้เถาแก่ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำหรือจะใช้น้ำคั้นจากผลดิบ นำมาดื่มวันละ 2 รอบ เช้าและเย็น จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มระดับอินซูลิน
ข้อที่ 3 ช่วยป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดแข็ง ตีบตัน และแตกได้
ข้อที่ 4 ใบและดอก ช่วยแก้ผดผื่นคัน ด้วยการใช้ใบตำลึงนำมาตำแล้วทาบริเวณที่คัน

ดอกและใบของตำลึง
ข้อที่ 5 ช่วยบำรุงและรักษาสายตา (วิตามินเอ) และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม และยังช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตา

Advertisement

Advertisement

ข้อที่ 6 เปลือก รากและหัว ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ช่วยระบายท้อง
ข้อที่ 7 ใบและราก ใช้รักษาแผลอักเสบ ด้วยการใช้ใบสดหรือรากสด นำมาตำแล้วพอกบริเวณแผล
ข้อที่ 8 แก้อาการผิดสำแดงเพราะกินของแสลง โดยใช้เถาตำลึงตัดเป็นท่อนยาว 1 คืบ (จำนวน 3-4 ท่อน) นำไปใส่ในหม้อดินสุมไฟด้วยฟางจนไหม้เป็นขี้เถ้า นำมาบดให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำซาวข้าวดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา
ข้อที่ 9 ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
ข้อที่ 10 ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน

( ภาพถ่ายโดยนักเขียน )