สวัสดีค่ะ นี่ก็เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนของปีนี้กันอีกแล้ว แพลนในปีนี้ของเพื่อนๆที่คิดจะทำในฤดูร้อนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ ของเราทีแรกแพลนจะเที่ยวเล่นสงกรานต์ที่ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดในตอนนี้ ส่งผลให้ทางจังหวัดยกเลิกการจัดงานประเพณีสงกรานต์ เราจึงต้องมานั่งคิดแพลนใหม่ อันที่จริงแล้วประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีที่ใช้เป็นกลไกในการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งอีกทางหนึ่งด้วย ทางราชการจึงได้กำหนดให้ช่วงสงกรานต์เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เราเลยคิดไอเดียเก๋ๆเอาไว้หาของขวัญรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ของเราซะเลย แต่ด้วยความที่สมาชิกในครอบครัวของเราบางท่านเป็นโรคเบาหวาน บางท่านเป็นโรคความโลหิตดันสูง และอีกหลายๆท่านเป็นโรคอ้วน เราเลยได้ไอเดียในการทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งขึ้นมา ไอ้เจ้าคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งตัวนี้แหละที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารหลายๆตัวที่มีประโยชน์และเหมาะสำหรับผู้ควบคุมอาหารและต้องการลดน้ำหนัก เราเป็นคนหนึ่งที่ตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักมาตลอดทั้งชีวิต อันที่จริงเรียกว่าตั้งหน้าตั้งตาควบคุมอาหารน่าจะเหมาะกว่า555 หลายๆช่วงที่เราทำอาหารคลีนรับประทานเอง และเราเป็นคนที่มีวินัยในการทานอาหารมาก ดังนั้นเราจึงไม่ทานจุกจิกระหว่างวันเลย แต่มีบางช่วงที่เราทำงานใช้สมองเยอะ มันก็ทำให้เราหิวระหว่างวันได้ง่าย เราจึงได้คุกกี้ตัวนี้ช่วยชีวิตไว้ เพื่อนๆคะ เอาเป็นว่าคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งตัวนี้เราใช้ทานตอนหิวระหว่างวัน โดยทานแค่ 2 ชิ้นเท่านั้นก็อยู่ท้องแล้วค่ะ แต่ด้วยความที่ยังหาซื้อยาก และราคาขายในตลาดค่อนข้างสูง (แต่ก็เข้าใจแหละเพราะว่าส่วนผสมแต่ละตัวก็ราคาเอาเรื่องอยู่) ส่วนวิธีทำนั้นบอกได้เลยว่าง่ายมากๆไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีความรู้เรื่องอาหารหรือขนมก็สามารถทำได้ด้วยส่วนผสมหรือที่เรียกว่าเครื่องปรุงเพียงไม่กี่อย่าง แต่ๆๆ ปัญหาอยู่ตรงที่การหาธัญพืชให้ได้หลายๆอย่างตามที่เราชอบนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

คุกกี้ธัญพืช ภาพโดยเจ้าของเรื่อง

พอเกิดได้ไอเดียดีๆ เราเลยศึกษาวิธีการทำจากYoutubeหลายๆวิธีและนำมาดัดแปลงปรับปรุงนิดหน่อยให้ได้ตามที่เราชอบ สูตรที่เราชอบมากที่สุดคือสูตรของคุณนุ่นหรือเชฟนุ่น So Sweet By ChefNuN เราว่าคุณนุ่นมีวิธีการนำเสนอการทำขนมที่คนดูสามารถทำตามได้ง่ายๆเลยค่ะ พอเรารู้วิธีทำแล้วเราจึงออกแบบคุกกี้ธัญพืชในแบบที่เราต้องการ นั่นก็คือเราจะใส่ธัญพืชให้ได้หลายชนิดที่สุดเท่าที่เราจะหาได้ ซึ่งเราเลือกใส่ อัลมอนด์เต็มเมล็ด อัลมอนด์ซีกกะเทาะเปลือก เม็ดมะม่วงหิมพานต์เม็ดใหญ่ๆ เมล็ดแตงโม เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน โกจิเบอรี่แห้ง(บางคนเรียกเมล็ดเก๋ากี้) เมล็ดเจีย งาขาวคั่ว งาดำคั่วป่น แครนเบอรี่อบแห้ง มะเขือเทศราชินีอบแห้ง และลูกเกด ด้วยส่วนผสมของธัญพืชทั้งหมดนี่งบเราบานปลายไปหลายพันมาก 555 ทีแรกกะจะใส่แมคคาเดเมียด้วย แต่ด้วยงบแล้วเราว่าแค่นี้ก็พอแล้วเนอะ

Advertisement

Advertisement

 

พอได้ส่วนผสมทุกอย่างครบถ้วนเราก็มาลุยกันที่วิธีการทำกันเลยค่ะ แต่เราจะขอแจกแจงปริมาณของส่วนผสมและเครื่องปรุงแต่ละอย่างให้ชัดเจนขึ้นตามนี้นะคะ

ส่วนผสมทั้งหมดที่เป็นส่วนผสมแห้ง (ปรับลดหรือเพิ่มได้ในปริมาณน้ำหนักไม่เกิน 500 กรัม)

1  เมล็ดอัลมอนด์เต็มเมล็ดชนิดเปลือกสีแดง 100 กรัม

2. อัลมอนด์ซีกกะเทาะเปลือก 60 กรัม

3. เม็ดมะม่วงหิมพานต์เม็ดใหญ่ๆ 130 กรัม

4. เมล็ดแตงโม 50 กรัม

5. เมล็ดฟักทอง 50 กรัม

6.เมล็ดทานตะวัน 50 กรัม

7. โกจิเบอรี่แห้ง(บางคนเรียกเมล็ดเก๋ากี้)  20 กรัม

8. เมล็ดเจีย งาขาวคั่ว งาดำคั่วป่น รวมกัน  20 กรัม

9. แครนเบอรี่อบแห้ง มะเขือเทศราชินีอบแห้ง และลูกเกด รวมกัน20 กรัม

เครื่องปรุง(ส่วนผสมเปียก)

1. ไข่ไก่ขนาดกลาง 3 ฟอง (แยกใช้เฉพาะไข่ขาว)

2. น้ำผึ้งแท้ 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมทั้งหมด เครดิตภาพโดยเจ้าของเรื่อง

เมื่อได้ส่วนผสมและเครื่องปรุงทุกอย่างครบแล้ว เราจะขอแยกวิธีทำออกเป็น 2 ส่วนนะคะ

การเตรียมส่วนผสมส่วนที่ 1 (ส่วนผสมแห้ง)

เตรียมชั่งส่วนผสมแห้งทั้งหมดตามชอบ ตัวไหนไม่ชอบก็ปรับลดหรือตัดออกได้ตามใจเราเลยค่ะ อันที่จริงมะเขือเทศราชินีแห้งถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่นะคะ พอดีเรามีอยู่ในตู้เย็นเลยนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงไปด้วย ส่วนผสมทั้งหมดส่วนนี้น้ำหนักต้องได้ 500 กรัมนะคะ หรือใครจะเบิ้ลสูตรทำ 1000 กรัมเลยก็ได้ค่ะ ส่วนใครหาแครนเบอรี่แห้งไม่ได้ก็ใส่แต่ลูกเกดก็อร่อยแล้วค่ะ เราชอบแบบรสหวานๆเปรี้ยวๆเราเลยชอบแครนเบอรี่มากกว่าลูกเกดค่ะ ส่วนผสมที่เป็นธัญพืชทั้งหมดจะใช้แบบอบแล้วหรือยังไม่อบก็ตามสะดวกเลยนะคะ แต่เราแนะนำว่าอัลมอนด์กับมะม่วงหิมพานต์ควรใช้แบบอบมาแล้วค่ะ ส่วนตัวอื่นๆไม่ต้องอบก็ได้เพราะมีขนาดเล็ก สุกง่าย

การเตรียมส่วนผสมส่วนที่ 2 (ส่วนผสมเปียก)

ตอกไข่ใส่ถ้วย แล้วแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว เราใช้แค่ไข่ขาวนะคะ ส่วนไข่แดงที่เหลือนั้นเราเอาไปดองซีอิ้วต่อ วิธีการทำก็แสนง่าย แค่ต้มน้ำให้เดือดใส่ซีอิ้ว (เราใช้โชยุคิกโคแมน) ใส่น้ำตาลทรายแดง ใส่ขิงซอยลงไป ถ้าไม่มีขิงก็ไม่ต้องใส่ค่ะ ชิมรสให้เค็มหวานกำลังดี ทิ้งให้เย็นแล้วนำไข่แดงดิบแช่ลงไปในตัวซอส จากนั้นใส่ตู้เย็นไว้ 4 ชั่วโมงก็รับประทานได้แล้วค่ะ 555 นอกเรื่องไปซะไกลเลย กลับเข้ามาที่ไข่ขาวกันต่อนะคะ พอไข่ขาวพร้อมก็ตวงน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะเตรียมไว้ มาถึงขั้นนี้แล้วเราก็ไปลุยกันที่วิธีทำกันเลยค่ะ

วิธีทำคุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง

วิธีทำนั้นแสนง่ายมากๆเลยค่ะแค่

1เตรียมกะละมัง 1 ใบ ใส่ทุกอย่างทั้งส่วนผสมที่ 1 และส่วนผสมที่ 2 ลงไปได้เลย ทีนี้ก็คนเลยค่ะใช้ทัพพีคนให้ทุกอย่างเข้ากันในขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียง 1 นาทีก็พร้อมอบแล้วค่ะ เป็นไงกันบ้างคะไม่ต้องมีความรู้ใดๆเรื่องอาหารเลยก็ทำได้ง่ายๆ ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องคนท่าไหนแบบไหน ขอแค่ส่วนผสมคละกันและเข้ากันก็พอ ทีนี้ก็ว่าด้วยเรื่องของพิมพ์คุกกี้ เราเห็นยูทูปเปอร์หลายๆท่านใช้ถ้วยโยเกิร์ตมาตัดเป็นฐาน ซึ่งเราเห็นว่ามันได้ขนาดที่พอดีและหาได้ง่าย เราก็เลยเอาถ้วยโยเกิร์ตมาตัดให้ได้รูปตามที่เราต้องการ เราทำ 2 ขนาดนะคะ ขนาดที่ใช้ฐานของก้นถ้วย กับปากถ้วย

คนให้เข้ากันเลยค่ะ เครดิตภาพโดยเจ้าของเรื่อง

2. ปูกระดาษไขใส่ถาด ทาน้ำมันบางๆกันคุกกี้ติดกระดาษไข วางพิมพ์คุกกี้ลงบนถาดแล้วตัดส่วนผสมกดให้แน่น ทำจนเต็มถาดเลยนะคะ

ตัดถ้วยรอเลย เครดิจภาพโดยเจ้าของเรื่อง

3. นำถาดคุกกี้ที่เตรียมไว้เข้าไปอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียสไฟบนล่าง (จะเปิดหรือไม่เปิดพัดลมก็ได้) ตั้งเวลาอบไว้ที่ 20 นาที หรือจนกว่าจะได้สีที่สวย ส่วนตัวเราชอบสีเข้มๆเพราะเราคิดว่ายิ่งเข้มยิ่งกรอบ แต่ๆๆระวังไหม้กันด้วยนะคะทุกคน พออบไปที่ 15 นาที เราเอากระดาษฟรอยไปปิดหน้าขนมเพราะสีมันเริ่มเข้มขึ้นมาเรื่อยๆแล้ว เรากลัวหน้ามันจะไหม้ซะก่อนธัญพืชจะสุก เลยเอากระดาษฟรอยไปลดความร้อนที่สาดใส่หน้าขนมโดยตรงเพื่อ เซพให้ขนมยังมีสีสวย พออบเสร็จก็ได้คุกกี้ตามรูปเลยค่ะ

เตรียมอบ พออบเสร็จแนะนำให้เอาออกมาพักจนเย็นนะคะ คุกกี้ถึงจะกรอบ เราพักไว้ 30 นาทีแล้วชิมรส กัดคำแรกเท่านั้นแหละค่ะ รักเลย กรอบ หอม อร่อยมากๆๆ ที่สำคัญทานได้แบบไม่รู้สึกผิดเลย เพราะไม่มีทั้งแป้ง ไม่มีทั้งน้ำตาล ส่วนใครไม่ชอบน้ำผึ้งสามารถใช้น้ำตาลทรายแดงแทนได้ค่ะสีจะยิ่งเข้มสวยขึ้นไปอีก แต่เพื่อสุขภาพแล้วเราแนะนำให้ใช้น้ำผึ้งจะดีที่สุดค่ะ คนทานคีโตก็สามารถปรับส่วนของน้ำผึ้งให้เป็นน้ำตาลหญ้าหวานทานได้เช่นกันค่ะ

เรียงราย

เห็นไหมคะว่าคุกกี้ธัญพืชนั้นทำง่ายมากๆ และเราทดลองเก็บใส่ตู้เย็นปรากฏว่าผ่านไป 2 เดือนคุกกี้ธัญพืชไร้แป้งก็ยังคงความกรอบอร่อยอยู่เหมือนเดิมเลยค่ะ ส่วนคุกกี้ที่วางเอาไว้นอกตู้เย็นอายุของมันก็จะอยู่ที่ประมาณ 5-7 วันความกรอบก็จะค่อยๆลดลงไปค่ะ จึงแนะนำว่าทำแล้วเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นจะดีกว่า เนื่องจากคุกกี้ของเราไม่ได้ใส่สารกันบูด สารกันหืน จึงไม่สามารถคงสภาพอยู่นอกตู้เย็นได้นานเป็นเดือนๆ พอเราอบคุกกี้ทั้งหมดก็จะได้ปริมาณคุกกี้ธัญพืชมากถึง 40 ชิ้นเลยค่ะ จากนั้นก็เลือกถุงคุกกี้ที่สวยงามให้พอดีกับขนาดของคุกกี้นะคะ โดยคุกกี้ที่ทำจากก้นถ้วยโยเกิร์ตเราใช้ถุงขนาด 5*5 CM ส่วน คุกกี้ที่ทำจากปากถ้วยโยเกิร์ตเราใช้ถุงขนาด 10*10 CMค่ะ พอบรรจุคุกกี้ใส่ถุงจนหมดเราก็หาไอเดียสวยๆที่จะทำให้ของขวัญของเรามีมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยการหากล่องสวยๆที่ใส่คุกกี้ของเราได้พอดี วันนั้นจึงไปเดินดูกล่องที่ร้านขายอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ และได้กล่องมาจำนวน 10 ใบ ทีนี้ก็นั่งพับไปพับมา ใช้เวลาต่อกล่องเกือบครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว แฮ่ะๆ เอาเป็นว่าการทำคุกกี้นั้นง่ายกว่าการพับกล่องเยอะ 555 กล่องคุกกี้ที่เราได้มาสามารถใส่คุกกี้ขนาดเล็กของเราได้พอดีเลยค่ะ โดยที่ 1 กล่องสามารถใส่คุกกี้ได้ถึง 18 ชิ้นเลยทีเดียว เราจึงทำคุกกี้เพิ่มขึ้นมาอีก 2 ชนิด นั่นก็คือคุกกี้เนยสด และคุกกี้สิงค์โปร เพื่อให้มีคุกกี้ 3 ชนิดใน 1 กล่อง

หมีน้อยเป็นยังไงกันบ้างค่ะ กล่องคุกกี้ของเราสวยไหม อิอิ ก็ถือเป็นไอเดียดีๆที่เพื่อนๆสามารถนำไปทำตามได้ง่ายๆ และของขวัญชิ้นนี้เรามอบให้กับคนพิเศษในวันปีใหม่ค่ะ ซึ่งผู้รับนั้นดีใจมากเพราะมันแสดงถึงความตั้งใจจริงของเราค่ะ นอกจากรูปลักษณ์ของขวัญจะสวยแล้วของขวัญยังสื่อถึงความใส่ใจ ความตั้งใจของผู้ให้ได้เป็นอย่างดีค่ะ เนื่องด้วยวันสงกรานต์ที่จะมาถึงเราเลยจะใช้ไอเดียคุกกี้ธัญพืชเป็นของรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่เราซะเลย เรียกได้ว่าคงถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับกันเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวก่อนนะ พอมานั่งนับจำนวนญาติผู้ใหญ่แล้วน่าจะ 10 ท่านได้ อิอิ งานนี้คงต้องขอตัวไปพับกล่องรอไว้แต่เนิ่นๆเลยแหละค่ะเพื่อนๆ หวังว่าเพื่อนๆจะต้อนรับฤดูร้อนอันแสนยาวนานของประเทศไทยเราด้วยความสุขสดใสนะคะ สวัสดีค่ะ

กล่องสวยๆ                                                                                                                                                เครดิตภาพทั้งหมดโดยเจ้าของเรื่องนะคะ