ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนางฝัน ศรีวิไล อายุ 27 ปี บ้านขอนตาปู เมืองแก่นท้าว แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ได้เดินทางมาคลอดลูกที่โรงพยาบาลเลย เป็นเพศชาย และได้แจ้งว่า พ่อเด็กชื่อนายอ๊อด บุญมี อยู่ที่บ้านน้ำพราน ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย หลังคลอดเด็กมีอาการผิดปกติทางด้านหัวใจ หมอจึงให้อยู่ในห้องไอซียูเพื่อดูอาการและให้แม่ย้ายไปพักอยู่อีกตึกหนึ่ง จากนั้น แม่ของเด็กหรือนางฝัน หมออนุญาตให้กลับบ้าน แต่ไม่รู้ว่าไปบ้านที่ สปป.ลาว และหายไปเลย ทางโรงพยาบาลเลย ได้ตามหาพ่อที่เป็นคนไทยบ้านน้ำพราน อ.ท่าลี่ จ.เลย ตามที่แม่ของเด็กแจ้งไว้ในประวัติของโรงพยาบาล  เมื่อไปตามหาพ่อเด็ก ได้คำตอบเพียงว่า เลิกกันไปนานแล้ว และไม่ยอมรับว่าเป็นลูกของตน จากนั้นทาง รพ.ยังได้พยายามไปตามหาแม่เด็กที่ สปป.ลาว  กว่า 20 วัน จนมีสื่อออนไลน์ของท้องถิ่นลงข่าว  ปรากฏสื่อถึง สปป.ลาว ทำให้กระแสประชาชนใน สปป.ลาว ได้ตามหา และบีบให้แม่เด็กมารับเด็กกลับประเทศ และรับลูกไปเลี้ยง

Advertisement

Advertisement

ล่าสุด นางฝัน ศรีวิไล ได้เดินทางกลับบ้านหาลูกใน รพ.แล้ว แต่ก็อ้างยังไม่มีความพร้อมที่จะดูแล จนมีนายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมือง น.ส.ณัชฐิณี ปลีกล่ำรัตนสิริ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย พร้อมเจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์ ร่วมให้คำแนะนำและพร้อมให้การช่วยเหลือ ให้เหตุผลเพียงว่าตนนั้นต้องทำงานรับจ้าง ไม่มีหลักแหล่ง ไม่พร้อมตอนนี้ ด้าน นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมือง เผยว่า เป็นเรื่องที่ดีที่แม่ของเด็กก็ได้มาแสดงตนแล้ว ในขณะการช่วยเหลือเราได้ยึดตามกฎหมายของไทยเรา  ซึ่งจะเข้าสู่ขบวนการการแจ้งเกิดตามกฎหมายไทย โดยให้สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นรับในการแจ้งเกิดให้กับเด็กที่เกิดมา และในขณะนี้เองเด็กก็ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ พยาบาล ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ให้เด็กมีสภาพที่แข็งแรงมากกว่านี้ และยังต้องมีการฝึกการเลี้ยงเด็กทารก เตรียมกลับบ้านให้กับแม่มือใหม่ และจะได้ดูความพร้อมของทั้งแม่จะเป็นอย่างไร และขั้นตอนต่อไปที่ทางราชการจะให้ความช่วยเหลือ หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล คงจะต้องนำแม่และลูก ไปดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวไปก่อน จนแม่ของเด็กจะมีความพร้อมในการเลี้ยงลูกต่อไป

Advertisement

Advertisement

น.ส.ณัชฐิณี ปลีกล่ำรัตนสิริ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว เผยอีกว่า  จากการที่ได้พูดคุยกับแม่ของเด็ก ยังพบว่า แม่ยังไม่มีความพร้อมที่จะเลี้ยงและดูแล แต่ทางเราก็พร้อมที่จะดูแล แต่ได้ทำความเข้าใจกับแม่แล้วว่า ในช่วงแรกต้องไปดูแลเองในบ้านพัก ให้นม ให้อาหาร ทั้งนี้เผื่อว่า แม่จะฟื้นความผูกพัน คิดว่าแม่ของเด็กจะมีแนวโน้มที่จะเลี้ยงดูลูกต่อไป ซึ่งทางเราจะเข้าช่วยเหลือทั้งฟื้นฟูด้านจิตใจ ด้านอาหาร นมของเด็กและที่พัก จนทั้งลูกทั้งแม่จะแข็งแรงทั้งร่างการและจิตใจ ให้ทั้ง 2 แม่และลูกมีความผูกพัน ซึ่งทางแม่เองยังคิดว่าตนเองยังคงลำบากอยู่ และยังบอกว่าตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แต่ทั้งนี้เราหวังว่าขบวนการ การจัดการดึงความผูกพันระหว่างแม่กับลูกออกมา เด็กจะได้สู่อ้อมอกผู้เป็นแม่ตลอดไป

Advertisement

Advertisement