คีโต หรือคีโตจินิไดเอท (ketogenic Diet) การลดน้ำหนักด้วยการกินไขมัน

เพื่อน ๆ หลายคนอาจยังคงสงสัยว่าการกินไขมันแล้วจะลดน้ำหนักได้อย่างไร เพราะส่วนใหญ่ที่เรามักจะได้ยินบ่อยคือ คนลดน้ำหนักจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเยอะ พวกอาหารทอด อาหารมันต่าง ๆ ซึ่งจะต่างกับการลดน้ำหนักแบบคีโต หรือคีโตเจนิก ไดเอท (ketogenic Diet) เพราะรูปแบบนี้ยิ่งเรากินไขมันเยอะ น้ำหนักยิ่งลดลงเร็ว เน้นการรับประทานไขมันดี รองลงมาเป็นโปรตีน โดยจะลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้เหลือจำนวนน้อยมากๆ อัตราส่วนโดยประมาณ ไขมันดี 70% โปรตีน 25% และคาร์โบไฮเดรต 5 %

1แต่สิ่งที่เราควรรู้เบื้องต้นสำหรับการลดน้ำหนักด้วยวิธีแบบคีโต ต้องการเข้าใจหลักชีววิทยาของร่างกายในการที่ร่างกายของเราจะนำพลังงานมาใช้

การนำพลังงานมาใช้ของร่างกายปกติ

2ระบบร่างกายปกติ จะใช้กลูโคสเป็นพลังงานหลัก ซึ่งกลูโคสจะมีปริมาณที่สูงหรือเพียงพอที่จะนำมาใช้เป็นแหล่งพลังนั้นได้จากการรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต แป้ง น้ำตาล ซึ่งระบบร่างกายหากมีการย่อยแล้วจะได้เป็นกลูโคสดูดซึมไปในกระแสเลือด ตับอ่อนของเราจะหลั่งสารอินซูลิน อินซูลินจะเข้าจับกลูโคสพาเข้าสู่เซลล์ จากนั้นกลูโคสจะถูกเผาผลาญและเป็นพลังงานในเซลล์ ส่วนไขมันที่ได้รับยังคงสะสมในร่างกายอยู่

Advertisement

Advertisement

การนำพลังงานมาใช้ของร่างกายในภาวะคีโตซิส (Ketosis)

dietระบบร่างกายในภาวะคีโตซิส จะใช้ไขมันเป็นพลังงานหลัก หากเราไม่รับประทานอาหารพวกแป้ง น้ำตาล ระดับกลูโคสในเลือดจะต่ำ ร่างกายของเราจะมีการปรับโดยการไปใช้ไขมันที่เรารับประทานเข้าไป แล้วเกิดการสลายไตรกลีเซอไรด์ที่สะสมไว้ในเซลล์ไขมันเกิดเป็นกลีเซอรอล และกรดอะมิโนอิสระ กรดอะมิโนอิสระที่ได้จะเข้าสู่ตับ จากนั้นตับจะสร้างคีโตนเพื่อใช้เป็นพลังงานในเซลล์ ดังนั้นไขมันที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายจะถูกนำมาใช้ ไม่สะสมในร่างกาย

Advertisement

Advertisement

.ดังนั้นเพื่อน ๆ พอจะมองออกแล้วรึยังว่าทำไมการกินคีโตน หรือการกินไขมันทำไมจึงช่วยลดลงน้ำหนักได้ ร่างกายของมนุษย์เราจะปรับตัวเพื่อการอยู่รอดโดยการนำพลังงานมาใช้ในการเติบโต แต่บางคนอาจจะมีผลข้างเคียงเนื่องจากร่างกายยังไม่ชิน แต่เราต้องศึกษาค่อย ๆ ปรับให้เหมาะสมกับลักษณะการกินของเราด้วย เนื่องจากการลดน้ำหนักก็อาจจะมีผลข้างเคียงได้ หรืออาจจะลองปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมได้

 

 

เครดิต

ภาพปก : www.canva.com ภาพประกอบที่ 1 https://pixabay.com ภาพประกอบที่ 2 https://pixabay.com ภาพประกอบที่ 3 https://pixabay.com ภาพประกอบที่ 4 https://pixabay.com