คนเราทุกคน ย่อมเกิดมาพร้อมกับการเรียนรู้ ที่จะปฏิเสธบางสิ่งบางอย่างตลอดช่วงชีวิตของเราเอง เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน และวัยชรา การปฏิเสธบางอย่างตอนเป็นเด็กดูเหมือนจะง่ายที่สุด แต่เมื่อเติบโตขึ้น การพูดปฏิเสธดูเหมือนว่าจะยากขึ้นทุกที เพราะเราจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เกรงใจ จนเกิดความเครียด หรือความวิตกกังวลใจตามมา เรื่องแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เรามองไม่เห็นแง่ดีของการปฏิเสธ เรามาดูกันว่าความสุขเกิดจากการปฏิเสธ เรื่องที่หลายคนมองข้าม เป็นจริงหรือไม่ และมีวิธีการอย่างไร

การปฏิเสธ ถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการสื่อสาร เพื่อต้องการสื่อไปในทางตรงข้ามกับความต้องการของคู่สนทนา จึงเป็นการยากที่จะทำให้ความรู้สึกของคู่สนทนาเป็นไปด้วยดี หลายคนจึงมักจะหลีกเลี่ยงการพูดปฏิเสธ เพราะรู้สึกว่าเป็นการทำร้ายจิตใจผู้อื่น แต่การไม่ปฏิเสธ ก็นำมาซึ่งความกังวลพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งในบางครั้งเช่นกัน

Advertisement

Advertisement

ทำงานในชีวิตการทำงาน คงจะมีหลายครั้งที่เราต้องเผชิญกับข้อเสนอบางอย่าง หรือคำข้อร้องจากใครบางคน ที่ใจอยากปฏิเสธที่สุด แต่ก็ไม่สามารถทำได้ อาจจะเกิดเพราะความใจอ่อน ขี้เกรงใจ หรือการจัดลำดับความสำคัญของงานไม่ถูกต้องของตัวเราเอง เรามีตัวอย่างพร้อมกับการปฏิเสธที่นุ่มนวลมาฝากกันค่ะ


1. เพื่อนร่วมงานขอร้องใช้ช่วยทำงานบางอย่างที่เร่งด่วน

เพื่อนร่วมงานกรณีนี้เราต้องดูว่า งานในความรับผิดชอบของเราทำเสร็จหรือยัง ถ้าเราเองก็ยังมีงานที่ต้องทำค้างอยู่เยอะ และมีกำหนดส่งเร็ว ๆ นี้เช่นกัน ก็อย่าเกรงใจ เพราะถ้าไม่ปฏิเสธ เราคงต้องมานั่งทำงานอย่างหนักทั้งของตัวเองและของเพื่อนเป็นแน่ เราคงต้องปฏิเสธอย่างนุ่มนวลไปว่า

“ขอโทษด้วยนะ เราอยากช่วยเธอใจจะขาด เรารู้ว่างานของเธอยากและรีบเร่งแค่ไหน แต่งานของเราก็ยังไม่เสร็จเหมือนกัน เรารู้ว่าเธอต้องทำได้แน่ ๆ เราลองมาตั้งสมาธิทำงานไปพร้อม ๆ กันดีกว่า”

Advertisement

Advertisement


2. เจ้านายให้บริหารงานโปรเจกต์ยักษ์มูลค่าสูง

ประชุมการทำงานแต่ละอย่างต้องมีความก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคุณเป็นที่ไว้วางใจให้กับหัวหน้างานแล้ว ย่อมได้รับการมอบหมายงานสำคัญให้ กรณีนี้ต้องคิดให้รอบคอบเพราะถ้าคุณรู้สึกว่าคุณน่าจะทำได้ ก็ควรลองมากกว่าถอยซะตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม แต่ถ้าคุณประเมินแล้วรู้สึกว่างานที่กำลังจะได้รับ มันใหญ่เกินกำลังที่จะทำได้ ก็ควรหาทางปฏิเสธ

“ดิฉันต้องขอบคุณเจ้านายมากนะคะ ที่ไว้วางใจมอบหมายงานสำคัญให้ แต่เกรงว่าอาจจะทำงานใหญ่นี้ไม่สำเร็จ จึงขออนุญาตปฏิเสธการเป็นเจ้าของงานนี้ แต่ถ้าเจ้านายต้องการให้ดิฉันช่วยงานในส่วนอื่น ดิฉันยินดีช่วยอย่างเต็มที่ค่ะ”

Advertisement

Advertisement


3. เจ้านายให้ไปทำงานที่สาขาต่างจังหวัดระยะยาว

เจ้านายเมื่อเจ้านายให้ข้อเสนอที่น่าสนใจกับคุณ เลื่อนตำแหน่งให้ มีเงินเดือนและสวัสดิการที่มากขึ้น แต่ต้องแลกกับการไปประจำอยู่ที่ต่างจังหวัด คุณเองก็สนใจอยู่ แต่ติดปัญหาเรื่องครอบครัว ในกรณีที่คุณหาทางแก้ปัญหาได้ก็ไม่มีปัญหา รับงานนั้นซะ แต่ถ้าคุณคิดว่าเงินที่ได้มามากขึ้นมันไม่คุ้มค่ากับความห่างเหินในครอบครัว คุณก็คงต้องปฏิเสธไป

“เจ้านายคะ ดิฉันมีภาระครอบครัวที่ต้องดูแลใกล้ชิด พยายามหาทางแก้ปัญหาแล้ว ไม่มีทางออกอื่นเลย ดิฉันขอปฎิเสธงานและตำแหน่งนี้ค่ะ ขอบคุณเจ้านายที่ให้โอกาสนะคะ ดิฉันจะตั้งใจทำงานของตัวเองขณะนี้ให้ดีที่สุดต่อไปค่ะ”


หลังจากที่คุณตัดสินใจและพูดปฏิเสธไปแล้ว คุณจะพบว่า ใจเบา ใจโล่ง และสบายใจที่ไม่ต้องมาแบกรับภาระบางอย่างที่มากเกินไป และนั่นก็ทำให้ใจกลับสู่สมดุลและมีความสุขมากขึ้นนั่นเอง ครั้งหน้าที่คุณต้องเผชิญกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ ลองพิจารณาแล้วหาทางปฏิเสธอย่างนุ่มนวลที่สุด เพื่อตัวคุณเองและรักษาน้ำใจของคู่สนทนาให้มากที่สุดค่ะ

 ภาพปก / รูปที่ 1 / รูปที่ 2 / รูปที่ 3 / รูปที่ 4