ถ้าให้พูดถึงความสุขของแต่ละคนแล้ว เชื่อไหมว่าในคนสิบคน ก็จะมีความสุขของกันและกันคนละแบบ คนนึงอาจจะสุขที่มีเงินมากมาย คนนึงอาจจะสุขที่ได้อยู่กับคนที่รัก และอีกคนก็อาจจะสุขแค่เพียงมีลมหายใจอยู่ต่อไป 

ไปค่ายอาสากัน

        นี่เป็นครั้งแรกกับการตัดสินใจออกค่ายอาสา แบบจริงจังที่สุดครั้งแรกในชีวิตของเรา เพื่อไปค้นหาว่าจริง ๆ  แล้วความสุขของตัวเราเองคืออะไร ? เราตัดสินใจสมัครค่ายอาสา เพื่อไปพัฒนาโรงเรียนในชนบทบนดอยที่ห่างไกล เพื่อตั้งใจว่าความห่างไกล จะช่วยให้เราค้นหาความสุขจริง ๆ ของเราได้ซะที แล้วเราก็ได้ค่ายที่เราต้องการ 

        การไปค่ายอาสาครั้งนี้เราจะไปกันที่ โรงเรียนบ้านแม่จอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งการเดินทางก็คือเราต้องนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพมหานคร ไปลงที่จุดจอด และต้องนั่งรถกระบะของชาวบ้าน ขึ้นไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งทางก็เป็นทางคดเคี้ยว เป็นทางลูกรัง เรียกได้ว่าฝุ่นตลบกันเลยทีเดียว เราเดินทางมาถึงโรงเรียนบ้านแม่จอประมาณ 09:00 น. บรรยากาศโรงเรียนตอนนั้น คือเป็นโรงเรียนในหุบเขาก็ว่าได้ มีเพียงหนึ่งอาคารเรียน และหนึ่งโรงครัว เด็กนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าพื้นเมือง เราเก็บสัมภาระกันเรียบร้อย ก็มีการแจกจ่ายงานกัน แบ่งกันไปทาสีโรงเรียน รั้ว อีกส่วนก็แยกกันไปทำแปลงเกษตร ทาสีสนามเด็กเล่น ลืมบอกไปว่าข้างบนนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์นะ เราจะได้อยู่กับตัวเองทั้งวันแน่นอน 

Advertisement

Advertisement

ลุยยยย

      ในตอนที่เรากำลังช่วยกันพัฒนาโรงเรียนกันนั้น ก็จะมีเด็กมาคอยช่วยเสิร์ฟน้ำ ผลไม้ ให้กินตลอดเวลา ชาวบ้านในหมู่บ้านก็มารวมตัวกันที่โรงเรียน เพื่อทำอาหารให้พวกเรากิน เป็น moment ที่หาดูได้ยากจากสังคมเมืองที่เราอยู่กันประจำ 

ช่วยกันนะทาสีแปลงเกษตรทาสี

       เมื่อพวกเราช่วยกันทำงานกันจนเสร็จ ก็พอจะมีเวลาไปเดินสำรวจหมู่บ้าน เด็ก ๆ ก็ต่างชวนกันไปบ้านของตัวเอง ชวนพวกเราเล่นการละเล่นพื้นเมือง ที่ใช้วัสดุที่หาได้ง่าย ๆ จากธรรมชาติ พวกเขาดูมีความสุขมาก เราเผลอยิ้มและหัวเราะไปกับความน่ารักไร้เดียงสาของเด็ก ๆ เหล่านี้ไปหลายต่อหลายครั้ง 

Advertisement

Advertisement

หมู่บ้าน

 

ของเล่นของน้อง

       หลังจากเดินเล่นกันจนเมื่อยล้าแล้ว ก็ถึงเวลามาเตรียมตัวรับประทานอาหารค่ำฝีมือแม่ ๆ ของเด็ก ๆ กันแล้ว อาหารมื้อนี้เป็นอาหารพื้นบ้านแต่รสชาติอร่อยมาก บรรดาแม่ ๆ ใส่ความตั้งใจและคำขอบคุณมาในอาหารมื้อนี้ จนพวกเราสัมผัสได้ 

กินข้าว

       หลังจากอิ่มท้องกันไปแล้ว ก็มาถึงการแสดงขอบคุณจากเด็ก ๆ เป็นระบำพื้นเมืองของชนเผ่า เด็ก ๆ ตั้งใจฝึกซ้อมกันมา ทำให้โชว์นี้เรียกน้ำตาจากพวกพี่ ๆ ไปได้หลายหยด 

การแสดง

       เมื่อทุกกิจกรรมดำเนินมาถึงตอนจบ เราก็มานอนดูดาวร่วมกัน ดาวที่นี่สวยมาก คงเป็นเพราะไม่ได้รับการรบกวนจากแสงไฟจากตึกสูง ดูดาวไปก็คิดในใจหาคำตอบให้กับตัวเองว่า สุดท้ายแล้วเราก็หาคำตอบให้กับตัวเองได้แล้วว่า จริง ๆ แล้วชีวิตของเราอาจจะมีความสุขมาก ๆ อยู่แล้วก็ได้ แต่ที่เรายังคงต้องตามหาความสุขไปเรื่อย ๆ นั้น มันคือเราไม่รู้จักพอหรือเปล่า การที่เราได้มาเห็นเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมีความสุขกับของเล่น ที่เขาประดิษฐ์กันขึ้นมาเองจากธรรมชาติ เขาก็เล่นกันอย่างมีความสุขสนุกสนาน ไม่จำเป็นต้องพยายามมีเหมือนคนอื่น ชาวบ้านที่นี่มีความสุขกับวัฒนธรรมที่เขามี มีความสุขกับครอบครัวที่เขารัก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วรึเปล่าสำหรับชีวิต ๆ หนึ่ง ถึงตอนนี้แล้วเธอก็คงเจอซะทีนะ “ความสุขของละอองดินสอ” 

Advertisement

Advertisement

ดูดาว

 

ภาพทั้งหมดโดย : ละอองดินสอ