เจเรมี่ โอแฮริส เล่าว่า รีฮันน่าเคยเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับการทำแบรนด์ Fenty Collection ของหญิงสาว หล่อนเลือกผ้าแคชเมียร์ ที่นำมาใช้ในคอลเลกชัน ไม่ใช่เพราะมันแพง.  แต่เมื่อเราสัมผัสผ้าเหล่านั้นด้วยตัวเราเองต่างหาก เราจะรู้ว่ามันใช่หรือไม่ใช่  เราควรเลือกมาใช้ในแบรนด์ของเราหรือไม่

เจเรมี โอ แฮริสันจดจำเเง่คิดจากหญิงสาว. ช่วงเตรียมออกผลงานชิ้นนี้ ทั้งที่เขาไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรก

เขายังกล่าวต่ออีกว่า ธรรมชาติของการทำแฟชั่นไม่ได้แตกต่างจากการทำงานละครเวทีเลย ไม่ใช่คนเขียนบทที่จะทำให้ละครเกิดขึ้นได้ ยังมีเพื่อนร่วมงานที่มีความเชี่ยวชาญเป็นส่วนสำคัญ ไม่ว่านักแสดง ผู้กำกับ และดราม่าเติรก์ ที่ทำให้บทเขียนกลายเป็นชีวิต และเรื่องราวบนเวทีละคร บทที่เขียนกับภาพสเก็ตช์ในงานออกแบบแฟชั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างผลงาน  ด้วยวิธีคิดอย่างเดียวกัน และนักออกแบบที่ยิ่งใหญ่ก็มีขั้นตอนทำงานที่เป็นแนวเดียวกับการทำละครบทละคร

Advertisement

Advertisement

ก่อนที่จะมาจับงานแฟชั่น เจเรมี่เขียนบทและแสดงละคร บรอดเวย์ slave play ที่ได้รับเสนอเข้าชิงรางวัล Tony award ถึง 12 รางวัล ภาพยนต์เรื่อง Zola ผลงานการเขียนบทและร่วมแสดง ได้ออกฉายรอบปฐมทัศน์. นอกจากนั้นเขายังไปปรากฏตัวในภาพยนต์หนังสั้นของ Gucci ที่กำกับโดย Gus Van Sant เรียกได้ว่าช่วงโควิด19 เขามีงานทำไม่ขาด

ได้มาทำงานด้านแฟชั่น ทำให้เขานึกถึงตนเองเคยได้รับคำวิจารณ์จากศาสตราจารย์สมัยยังเรียนที่ เยล สคูลออฟดราม่าว่า “เขาแต่งกายที่ไม่เหมือนคนทั่วไปดูไม่เป็นทางการแบบนี้ผู้คนจะไม่ให้ความเชื่อถือในตัวเขา” ซึ่งเขารู้สึกงงมาก และศาสตราจารย์ท่านนั้นก็เป็นคนที่เขาไม่ค่อยชอบเท่าไรอยู่แล้ว

Advertisement

Advertisement

เขาคิดว่าการไม่ยอมรับความเป็นตัวเองในการแต่งตัว หรือการไม่เชื่อมความสัมพันธ์กับแฟชั่นของสถานศึกษา  เป็นส่วนหนึ่งของแบบฝึกหัดชีวิต ในการเขียนเรื่องราวของตัวเอง หรือสร้างรูปแบบอันเป็นอัตตลักษณ์ให้โลกเห็น แรงบันดาลใจที่เขาเห็นสไตล์ต่างๆของนักเขียน ที่เก่งๆทำให้เขาชอบและอยากที่จะพูดถึงการแต่งตัวของพวกเขาและนั้นก็ทำให้เขาใช้เป็นแรงบันดาลใจในงานคอลเลกชันนี้

เขาได้ออกผลงาน “แคบซูลคอลเลกชัน” งานแฟชั่นเฉพาะกิจ ที่ใส่ได้ทุกโอกาศอยู่เหนือเทรนด์กระแสแฟชั่นใดๆ ออกขายทาง SSENSE อีคอมเมิรซ์สัญชาติแคนาดาที่มีกลุ่มเป้าหมายแนวไม่ใช่ชาย หรือหญิง หรือเรียกว่าไม่ระบุเพศนอกจากนั้นคอลเลกชันนี้ยังเป็นการเปิดช่องทางหรือ แพลตฟอร์มของ ESSENSE WORKS ที่โฟกัสกลุ่มเป้าหมายสลับเพศ ที่เรียกว่า LGBTร้านเสื้อผ้า

ครั้งแรกเมื่อผู้คนเห็นย่อมแปลกใจจากภาพหนุ่มที่มีสีสันสวมแบรนด์กุชชี่ เสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างดีโดย ทอม บราวน์เดินบนพรมแดง มาเป็นแนวแต่งกายแบบลำลองดูสปอร์ตแบบ Telford และ Bode

Advertisement

Advertisement

แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากศิลปินหลากอาชีพ เช่นนักเขียนหญิงผิวดำที่ให้กำเนิดความสนุสนานและมีอิทธิพลต่องานเขียนในยุคต่อมา Zara Neale Hurston สีสันจากภาพวาดของ Jacob Lawrence พื้นผิวลวดลายจากภาพถ่ายของ Carl Van Vechten

แม้ว่าเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นของเขาจะออกแนวลำลอง สีรุ้งสดใส แต่ก็แฝงซ่อนด้วยความเป็นบาโรกหรือลายวิจิตรเล็กน้อย บาโรคหรือลายวิจิตรที่ว่าปรากฏอยู่ภายใต้เสื้อผ้าลำลองสีสดหลากสี เขาซ่อนไว้ด้วยบทสนทนาทั้งหมด 15 บันทัดเป็นบทละคร. ไอเดียนี้เขายอมรับว่าได้มาจากภาพยนต์เรื่องโปรด Phantom Thread ที่มีตัวละครตัวหนึ่งซ่อนข้อความไว้ในผ้าละครเวที

เขาใส่บทสนทนาไว้บนเสื้อผ้า ในคอลเลกชัน บางตัวโชว์เห็นประโยคชัดเจน บางตัวซ่อนบทสนทนาที่เปราะบางไว้ใต้ขอบเอว หรือผ้าซับในกระเป๋า คนสวมจะสัมผัสถึงมันได้เมื่อล้วงกระเป๋าเข้าไป

เขานำรายได้จากแฟชั่นคอลเลกชันเข้ากองทุนช่วยเหลือบุคลากรด้านการทำละครที่ตกงาน จากวิกฤติโรคระบาด. เขาตื่นเต้นมากที่งานแฟชั่นได้เชื่อมประสบการณ์บทละครของเขากับผู้คน เนื่องจากเหตุการณ์โรคระบาดทำให้เขาไม่มีงานละครและเขาก็คิดจนหัวแทบแตกว่าจะทำบทละครต่อเนื่องอย่างไร และนี่ก็คือคำตอบด้วยการก้าวไปสู่วงการแฟชั่นและผลตอบรับที่ดีในงานแฟชั่นนี้คือความพอใจที่สุด

 ขอบคุณรูปภาพจาก canva รูปที่ 1 ขอบคุณรูปภาพจาก pixabuy รูปที่2  รูปที่ 3 รูปที่ 4