ตอนที่เราเรียนวิชา 'การสื่อสาร สื่อ และโลกาภิวัตน์'  ในชั้นเรียนปริญญาโท อาจารย์ได้บอกให้แต่ละคนพรีเซนต์ประเทศในภูมิภาคอาเซียน และเราก็เลือกประเทศสิงคโปร์โดยที่ไม่รู้จะไปหาข้อมูลจากไหนเลยนอกจากข้อมูลด้านประชากร ภูมิศาสตร์ ศาสนาและการเมืองที่อยู่ในเว็บไซต์และหนังสือไกด์บุ๊คท่องเที่ยว ปรากฏว่าเมื่อถึงวันพรีเซนต์มันออกมาได้ไม่ดีเท่าไร เพราะข้อมูลที่เอามาจากสามสี่เว็บไซต์ขัดแย้งกันเองและไม่ตรงกัน โดยเฉพาะจำนวนประชากร อาจารย์บอกว่าควรจะคัดเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและยึดข้อมูลนั้นไปเลย และอาจารย์ก็บอกว่าหนังสือนำเที่ยวมันพิมพ์มาตั้งกี่ปีแล้ว ข้อมูลมันเปลี่ยนตลอดเวลานะ ขนาดข้อมูลหนึ่งปีมันยังคลาดเคลื่อนเลย ให้ลองเข้าเว็บไซต์ทางการของประเทศสิงคโปร์นะ อาจารย์บอกว่าจริงๆ จุดประสงค์วิชานี้อยากให้พรีเซนต์ออกในแนวประเทศสิงคโปร์ในสื่อมากกว่า มันจะน่าสนใจมากกว่ามาบอกว่าสิงคโปร์มีคนจีน คนมลายู และคนอินเดียกี่เปอร์เซ็นต์

Advertisement

Advertisement

บ้าบ๋า ย่าหยา1อาจารย์ก็เลยแนะนำเราให้ไปดูซีรีส์จีนร่วมทุนกับสิงคโปร์เรื่อง 'บ้าบ๋า ย่าหยา รักยิ่งใหญ่จากใจดวงน้อย' เพราะเสพง่าย เป็นละครที่เหมาะกับเราคนที่ไม่ชอบดูข่าวหรือสารคดี  ซีรีส์เรื่องนี้สนุกอย่างที่อาจารย์ว่าและถ้าให้เรานิยามซีรีส์เรื่องนี้มันคือ 'โอชินเวอร์ชันสิงคโปร์' ชีวิตของนางเอกรุ่นแม่และรุ่นลูกมันรันทดเหลือเกิน นางเอกแม่ลูกต้องอดทนต่อการรังแกของพวกคุณหนูคุณนายตระกูลหวง

บ้าบ๋า ย่าหยา2บ้าบ๋า ย่าหยา3แค่ศัพท์คำว่า 'บ้าบ๋า' และ 'ย่าหยา' ก็แสดงให้เห็นความเป็น melting pot หม้อหลอมรวมวัฒนธรรมของสองเชื้อสาย คือ จีนกับมลายู  โดยบ้าบ๋าใช้เรียกผู้ชายที่มีเชื้อสายจีนกับมลายู ย่าหยาใช้เรียกผู้หญิงที่มีเชื้อสายจีนกับมลายู จะเห็นจากบ้านของนางเอกที่มีศาลบรรพชน ประตูบ้านยังมีศิลปะจีนผสมกับศิลปะมลายู เพราะบรรพบุรุษของพวกเธอเป็นคนจีนแต่งงานกับคนมลายูที่เป็นคนพื้นเมือง

Advertisement

Advertisement

พิธีแต่งงานบ้านของนางเอกอยู่ที่มะละกา แต่จะมีญาติที่อยู่ในเมืองสิงคโปร์ จะเห็นได้จากการแต่งตัวที่ญาติสาวของนางเอกจะแต่งตัวแบบฝรั่ง พูดภาษาอังกฤษได้ และได้เห็นโลกภายนอกมากกว่านางเอกที่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ฝึกทำอาหารและเย็บปักถักร้อยเพื่อที่จะได้แสดงฝีมือให้ครอบครัวสามีได้เห็นและได้รับเลือกเป็นคู่วิวาห์ของชายหนุ่ม

บ้าบ๋า ย่าหยา5ซีรีส์แสดงให้เห็นการคลุมถุงชนที่ยังมีอยู่ ฝ่ายผู้ใหญ่มองการแต่งงานเพื่อสร้างธุรกิจของครอบครัวโดยไม่คำนึงถึงความรัก ดังนั้นการหนีตามกันไปแต่งงานเพราะความรักจึงเป็นเรื่องที่รุนแรงถึงขั้นครอบครัวตัดขาด รักต้องห้ามในสมัยก่อนจึงโรแมนติกมากกว่าสมัยนี้ที่มีอิสระในการเลือกคนรักเองได้

Advertisement

Advertisement


ความรู้สึกหลังดู 'บ้าบ๋า ย่าหยา รักยิ่งใหญ่จากใจดวงน้อย'


สิ่งที่ชอบ

เราชอบพาร์ทความรักที่เล่าเรื่องพระเอกนางเอกรุ่นพ่อแม่มากกว่า เพราะปมของเรื่องดูสมเหตุสมผล มีการสร้างปมที่ซับซ้อนแต่ก็คลายปมได้อย่างเฉียบคม เนื้อเรื่องตอนที่ 1-13 ที่เป็นเรื่องราวของรุ่นพ่อแม่มีการเล่าเรื่องที่ลื่นไหล เป็นธรรมชาติกว่ารุ่นลูก ส่วนที่เราชอบนอกจากได้เห็นฉากสวย ๆ การทำอาหารย่าหยาแล้วเราชอบการเล่าเรื่องสงครามที่ญี่ปุ่นรบกับอังกฤษ มันแสดงให้เห็นความโหดร้ายของทหารญี่ปุ่นที่ทำให้พระเอกที่เป็นคนญี่ปุ่นต้องพลัดพรากจากนางเอก และได้เห็นมุมมองของนักธุรกิจสามแบบ เช่น ตระกูลหวงรวยจากมรดกแต่ยากจนลงมากจากการอพยพหนีสงครามไปอังกฤษ, ชาร์ลี จาง นักธุรกิจที่รวยอยู่คนเดียวและกว้านซื้อธุรกิจคนอื่นที่ร่อแร่ และตระกูลเฉินนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล ซีรีส์เรื่องนี้ออกแบบสถานการณ์ได้ดีในการสอนคนดูให้รู้จักวัฒนธรรมย่าหยาแบบไม่ยัดเยียด แต่ค่อยๆ แทรกความรู้ผ่านการลุ้นเอาใจช่วยพระเอกนางเอกให้ผ่านสถานการณ์ยากลำบากไปได้ 

Xiao Yanการแสดงของนักแสดงสาว Xiao Yan ที่เล่นเป็นนางเอกทั้งรุ่นแม่และรุ่นลูก แสดงออกมาได้แตกต่างชัดเจนว่าเป็นคนละคน เธอสามารถแสดงสีหน้าทั้งเศร้า โกรธ มีความสุขได้ผ่านทางสีหน้า และการใช้ภาษามือ เพราะนางเอกรุ่นแม่เป็นคนใบ้หูหนวก เธอสามารถแสดงความอึดอัดที่คนอื่นไม่เข้าใจในการสื่อสารของเธอออกมาได้ดีมาก การแสดงของเธอจึงมีเสน่ห์เด่นออกมานอกจากความสวยน่ารักของเธอที่รู้กันอยู่แล้ว รุ่นลูกเธอแสดงเป็นคนทะเล้น ชอบแหย่คน แต่ก็สู้คนแล้วเอาคืนแบบเจ็บๆ  Xiao Yan แสดงออกมาชัดมากว่านางเอกรุ่นลูกพร้อมสู้กับทุกคนที่มาว่าร้ายแม่กับยายของเธอ ตอนเป็นใบ้ก็แสดงดี ตอนพูดได้ก็แสดงดี นอกจากความอลังการงานสร้างของฉากและบท ดูแค่นางเอกก็คุ้มกับการเสียเวลาแล้วค่ะ

อาเถานักแสดงอีกคนที่เราชอบก็คือ คนที่เล่นบทอาเถาสาวใช้ อาเถาเป็นสาวใช้ที่คอยดูแลนางเอกรุ่นแม่มาถึงรุ่นลูก เธอแสดงดีมาก ร้องไห้ฟูมฟายได้น้ำหูน้ำตาไหลแบบรักคุณหนูยอมตายได้เพื่อคุณหนู ความพูดมากแบบล้นๆ ความตีเนียนเก่งเวลาแอบฟังเจ้านายคุยกัน ทำให้เรารู้สึกรักคาแรคเตอร์อาเถาที่ฉลาด เอาตัวรอดเก่ง และมีความซื่อสัตย์ต่อผู้มีพระคุณแบบถึงที่สุด

สิ่งที่ไม่ชอบ

แต่พอเป็นความรักรุ่นลูก แรกๆ เราก็รู้สึกว่าน่ารักดีเป็นคู่กัด หลังๆ รู้สึกเบื่อเพราะพระเอกรู้ชื่อนางเอกก็ยังเรียกยัย'เอาซุปไก่คืนมา' แทนที่จะเรียกชื่อเย่เหนียง เหตุการณ์ที่เกิดในเรื่องก็ดูไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เช่น การที่จู่ๆ พระเอกก็รู้ความจริงว่านางเอกเกี่ยวข้องกับตระกูลหวงอย่างไรโดยที่นางรองไม่ได้พูดอะไรเลย  ในพาร์ทรุ่นลูกมีความบังเอิญเต็มไปหมด และดำเนินเรื่องช้าผิดจากตอนต้นเรื่อง เป็นเพราะเพิ่งถึงตอนที่ 20 แต่มีเวลาให้เล่าถึง 48 ตอนแน่ๆ เลยต้องยืดเวลาออกไป จากเดิมที่โฟกัสตัวละครหลักและตัวละครรองที่มีความสำคัญต่อเรื่อง ก็เริ่มเปลี่ยนไปโฟกัสตัวละครประกอบที่ไม่จำเป็น

สรุป 'บ้าบ๋า ย่าหยา รักยิ่งใหญ่จากใจดวงน้อย' เป็นซีรีส์ที่ Fernjung อยากแนะนำ แต่ดูไม่จบไม่เป็นไร Fernjung ดูถึงตอนที่ 20 แล้วไม่ไหว ขอพักก่อน ตอนเยอะเกินและเรื่องเริ่มยืด แต่ยังไงก็อยากให้ลองดูเพื่อการศึกษานะคะ ถ้าตอน 1-13 Fernjung ให้ 10 เต็มไม่หัก แต่ตอนที่ 14-20 Fernjung อยากให้แค่ 8 พอ  มันไม่ได้แย่ พอดูได้และมีปมใหม่มาเรื่อยๆ เหมือนกัน แต่อาจจะไม่ได้ระทึก หยุดดูไม่ได้แบบ 13 ตอนแรก อย่าเผลอไปอ่านสปอยตอนจบใน pantip ละ เตือนแล้วนะ 

'บ้าบ๋า ย่าหยา รักยิ่งใหญ่จากใจดวงน้อย' ดูฟรีได้ทางแอป IQIYI  ตอนนี้แอปอัพเดทถึงตอนที่ 42 จาก 48 ตอน ใกล้จบแล้ว ใครว่างก็ดูยาวๆ ไป หนึ่งตอนก็แค่ตอนละประมาณ 45 นาทีเอง

ภาพประกอบที่ 1-5 จาก Trailer/ภาพประกอบที่ 6 จาก PreviewEp.23/ภาพประกอบที่ 7 จาก PreviewEp.28

ภาพปกจากเฟซบุ๊กเพจ IQIYI