บทความก่อนหน้านี้ เราได้ทำความรู้จักกับเพื่อนของเราที่ชื่อว่า"ความผิดหวัง"กันไปบ้างแล้ว แต่สำหรับบทความนี้ผมยังมีเพื่อนของเราอยู่อีกหนึ่งคน ซึ่งควรจะแนะนำและน่าจะได้ทำความรู้จักกันไว้เป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าเรายังไม่ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนของเราคนนี้ไว้ก่อนบ้างเลยนั้น ชีวิตของเราก็คงจะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบไปไม่ได้...

ความทุกข์

ขอบคุณภาพจาก https://cdn.pixabay.com/photo/2018/05/22/14/00/girl-3421489_1280.jpg

   เพื่อนของเราคนนี้ มีชื่อว่า"ความทุกข์"เขาเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุดและตลอดเวลา แม้ในยามที่เรามีความสุขมากที่สุด เขาก็ไม่เคยจากเราไปไหน เพียงแต่ช่วงเวลานั้นเรามองไม่เห็นเขาเองเพราะความสุขมันบังตา หรืออาจจะเห็นได้ชัดเจนจริงๆก็ตอนที่ชีวิตของเรากำลังดิ่งลงเหวอะไรประมาณนั้น ช่วงนี้แหละที่เราเริ่มรู้สึกว่าความทุกข์ได้ขยับตัวเข้ามานั่งใกล้ๆเราหรือได้เข้ามาอยู่ในชีวิตของเราเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นความทุกข์ก็อยู่กับเรามาตั้งแต่แรกแล้วและมันก็ไม่ได้จะมาเพื่อตอกย้ำซ้ำเติมอะไรเราแม้แต่นิดเดียว มันเพียงแค่ปรากฏตัวขึ้นเพื่อต้องการจะบอกกับเราว่า ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ มันก็แค่นี้เอง คือความทุกข์กำลังทำหน้าที่ในส่วนของมันอยู่นั่นคือคอยเตือนสติให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องราวต่างๆในชีวิตและสอนให้เราเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของชีวิตที่เป็นชีวิตจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นเวลาที่เรารู้สึกดีใจมีความสุขซึ่งก็ควรแล้วที่จะเป็นช่วงเวลาที่สมควรแก่ความปรารถนาของเรา แต่ความทุกข์กลับบอกเราว่าอย่าได้หลงระเริงมากจนเกินไปเพราะถ้าวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่กับเราอีกแล้ว ปัญหาที่จะตามมาก็คือเราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร? เพราะเหตุนี้ความทุกข์จึงแสดงตัวออกมาในช่วงที่เราเริ่มไร้ความสุขและเริ่มรู้สึกอ่อนแอ เพราะมันคือช่วงที่เราจะสามารถมองเห็นความทุกข์ได้อย่างชัดเจนมากที่สุด และความอ่อนแอในเวลานั้นมันก็คือผลสะท้อนที่มาจากการที่เราไม่ยอมเรียนรู้ความเป็นจริงของชีวิต และเพราะอย่างนี้จึงทำให้หลายคนไม่อาจยอมรับความจริงได้ในทันทีนั้นว่า..ไม่มีสิ่งใดบนโลกใบนี้ที่จะอยู่กับพวกเขาได้ตลอดไป เพราะว่าทุกสิ่งก็ล้วนแล้วแต่มีช่วงเวลาของมัน เมื่อครบกำหนดของช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว การพลัดพรากจากกันก็จะเกิดขึ้น เพราะมันคือการเดินทางไปสู่จุดที่เรียกว่าความเสื่อมสลายของตัวมันเอง ดูแต่ตัวเราเองเถอะ! เรายังไม่สามารถจะบังคับตัวเองให้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างเป็นอมตะหรือได้ยาวนานตราบเท่าที่เราต้องการได้เลย...

Advertisement

Advertisement

ความอ่อนแอในจิตใจขอบคุณภาพจาก https://cdn.pixabay.com/photo/2017/08/10/03/47/guy-2617866_1280.jpg

Advertisement

Advertisement

เมื่อแม้แต่ตัวเราเองก็ยังไม่สามารถจะบังความเป็นจริงในข้อนี้ได้ จึงมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะช่วยได้นั่นก็คือจงเรียนรู้ความจริงจากความทุกข์และพยายามทำใจยอมรับความจริงที่เป็นอยู่ให้ได้ ถ้าเรายังไม่เริ่ม(เรียนรู้)เสียตั้งแต่ตอนนี้เราก็จะถูกคุกคามจากความอ่อนแอของใจเราเอง ถามว่าความอ่อนแอซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทั้งหลายต่างก็มีเหมือนกันทุกคนนั้น..มันเป็นสิ่งที่ผิดมากหรือ?มันไม่ผิดเลย!แต่เพื่อนของเรา(ความทุกข์)บอกว่า..การที่เธอไม่ยอมรับความจริงในข้อที่ว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะคงอยู่โดยไม่สูญสลายนั้น!มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องและยุติธรรมกับใจของเธอแล้วหรือ?เพื่อนของเรากำลังจะบอกกับเราว่า ถ้าตราบใดที่เรายังไม่ยอมเรียนรู้และยอมรับความจริงในข้อที่ว่านี้ ตราบนั้นเราก็ยังจะต้องได้รับความเจ็บปวดมากเกินกว่าความจำเป็นของความเจ็บที่มันมี หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราจะเจ็บเกินกว่าที่มันควรจะต้องเจ็บจริงๆ การที่เรารู้สึกว่าความทุกข์คือสิ่งที่ขื่นขมระทมนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่การที่เรายอมเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ยอมเรียนรู้(สร้างภูมิคุ้มกัน)อะไรจากมันบ้างเลยนั้น นี่ก็นับเป็นเรื่องที่ปกติไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นวิธีที่จะทำให้เราอยู่กับความทุกข์ได้ก็คือเราต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่ามันคือสิ่งที่เราหรือใครก็ตามจะต้องเจอไม่ช้าก็เร็ว ถ้าเราไม่ยอมเผชิญหน้ากับมันเราเอาแต่วิ่งหนี ลักษณะเช่นว่านี้ก็คือความทุกข์อีกชนิดหนึ่ง...

ล้มครั้งแรกขอบคุณภาพจาก https://cdn.pixabay.com/photo/2016/08/24/22/42/football-1618264_1280.jpg

   การหกล้มครั้งแรกของเด็กเล็ก การอกหักครั้งแรกของวัยรุ่นหนุ่มสาว หรือการต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเป็นครั้งแรกของทุกช่วงวัย อะไรก็ตามที่ทำให้เราต้องเจอกับความทุกข์จริงๆเป็นครั้งแรกในชีวิตนั้น บาดแผลที่เราได้รับจากเหตุการณ์ดังกล่าว มันมักจะสร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมานให้แก่ใจเราได้อย่างสาหัสเสมอ แต่ถ้าเราสามารถผ่านมันไปได้ รางวัลที่เราจะได้รับหลังจากนั้นก็คือความเข้มแข็งของจิตใจที่ถูกยกระดับให้สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เวลานั้นเราจะเหมือนกับได้รับวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับใจของตัวเอง และเมื่อถึงคราวที่จะต้องเจอกับทุกข์ในครั้งต่อไปเราก็จะมีต้นทุนเป็นภูมิคุ้มกันเพื่อต้านทานความทุกข์และก็ยังสามารถจะเพิ่มภูมิคุ้มกันนี้ให้เติบโตขึ้นไปจนถึงระดับที่เรียกว่าถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ ถึงเวลาแล้วหรือยัง?ที่เราจะเริ่มเปิดใจมองความทุกข์ในแง่มุมที่ต่างออกไปจากเดิม เพราะความทุกข์แท้จริงก็คือเพื่อนที่ดีที่สุดของเราอีกคนหนึ่ง ที่คอยเตือนให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติด้วยการตั้งอยู่บนความไม่ประมาท และแม้ว่าเพื่อนของเราคนนี้จะมีน้ำเสียงที่ดุดัน และบางครั้งก็อาจมือหนักกับเราไปบ้าง แต่ถ้าเราเข้าใจถึงจิตใจเพื่อนของเราคนนี้ได้อย่างถ่องแท้แล้วจริงๆ เราจะรู้สึกขอบคุณมากกว่าที่จะไปโศกเศร้ากับมันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา..ก็เพราะว่ามีความทุกข์เราจึงได้มีโอกาสฝึกฝนตัวเองให้อยู่บนโลกนี้ได้อย่างคนเข้มแข็งและเข้าใจชีวิตคนหนึ่ง และเพื่อจุดประสงค์อันนี้ความทุกข์จึงต้องฝึกหนักกับเรา เพื่อให้เราได้ดีอย่างชนิดที่มันจะดีได้จริงๆ

ลุกขึ้นสู้ขอบคุณภาพจาก https://cdn.pixabay.com/photo/2015/05/02/09/17/hand-749676_1280.jpg

   จบบทความนี้แล้ว ผมแทบไม่รู้เลยว่าตัวเองได้เขียนอะไรลงไปบ้าง รู้แต่เพียงว่าต้องการจะส่งผ่านความรู้สึกเพื่อฝากเป็นกำลังใจให้ไปถึงใครก็ตามที่กำลังพบเจอกับความทุกข์อยู่ตอนนี้..ให้เขาเหล่านั้นได้กลับมามีกำลังใจลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกครั้ง และโดยหวังว่าพวกเขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคในชีวิตจนกระทั่งนำพาตัวเองให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งใหญ่หลวงนี้ไปได้ ดังนั้นขอให้พวกคุณทุกคนจงยินดีที่จะเผชิญหน้ากับความทุกข์ด้วยความรู้สึกขอบคุณและจงยินดีเรียนรู้บทเรียนจากมันในฐานะที่มันคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเราคนหนึ่ง เพราะถ้าคุณไม่ฝึกทุกข์ความทุกข์ก็จะฝึกคุณ

ขอให้พวกคุณโชคดี...

ขอขอบคุณภาพหน้าปกจาก https://cdn.pixabay.com/photo/2019/06/14/15/54/sadness-4273889_1280.jpg