เวลาที่เรามีลูก ใครๆก็หวังอยากให้ลูกของตัวเองเป็นคนเก่ง เป็นคนที่ได้ที่ 1 ไม่มีใครอยากมองเห็นลูกตัวเองได้ที่สองหรือที่สามหรอก ยิ่งที่ท้ายๆยิ่งไม่พอใจเลย พ่อแม่หลายๆคนยังเชื่อว่าเกรดคือความสำเร็จของลูกอยู่เลย ต้องเรียนให้เก่งๆ ต้องได้เกรดสี่ จบออกมาต้องเป็นนั้นเป็นนี้ สุดท้ายก็ไม่รู้ว่านี้คือสิ่งที่พ่อแม่อยากเป็นหรือสิ่งที่ลูกอยากเป็นกันแน่ เพราะทุกความคาดหวังของพ่อ ทุกความคาดหวังของแม่ ทุกความคาดหวังของป้าน้าอาพี่ๆน้องๆและญาติของทั้งบ้าน ถาโถมมาให้เด็กรับแค่คนเดียว สุดท้ายเด็กเป็นโรคซึมเศร้า เรียนไม่จบ นี้เขาเรียกว่าพ่อแม่รังแกฉันนะ

1

ยุคพ่อแม่สมัยที่ภาษาที่ 2 ภาษาที่ 3 บูมมาก โอย ภาษาที่ 3 มันน้อยไป ส่งลูกไปเรียนภาษาที่ 4 ภาษาที่ 5 แล้วกัน  ทั้งๆที่ลูกตัวเองเพิ่งจะอนุบาลอยู่เลย พ่อแม่ที่มีความคาดหวังในตัวลูกสูง จะทำให้เด็กโตขึ้นมาเป็นคนที่มีความไม่มั่นใจในตัวเองได้ ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ตัดสินใจเองไม่ได้ และกังวลในสิ่งทีทำตลอดเวลาแม้จะทำออกมาได้ดีแล้ว กลายเป็นปัญหาทางจิตใจเรื้อรังระยะยาวได้ จนผู้ปกครองทั้งหลายต้องส่งลูกตัวเองเข้าสถานบำบัดทางจิตเพียงเพราะอยากให้ลูกเป็นคนที่เก่งอย่างที่ตัวเองคาดหวัง 

Advertisement

Advertisement

และเชื่อว่าลูกๆของตัวเองจะทำได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ขึ้นมา เพราะภาษาที่พ่อแม่ส่งไปเรียนอาจจะยากเกินไป มีคนที่เก่งกว่าหรือมีความสามารถมากกว่า เมื่อลูกทำไม่ได้ เรียนก็ยากจะตายอยู่แล้ว กลับมาบ้านก็ยังเจอพ่อแม่อารมณ์ไม่ดีใส่ บรรยากาศคุกกรุ่น มาถึงก็ใส่อารมณ์เลย ทำไมคะแนนไม่ได้ดีเท่าคนนี้ ทำไมเกรดไม่ได้ดีเท่าคนนั้น ทำไมทำไม่ได้ ส่งผลใหความสุขลดลงไปด้วย พอถึงจุดที่ลูกอดทนรับทุกความคาดหวังของเราไม่ไหว ก็ระเบิดออกมาด้วยการเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีพฤติกรรมคลายเครียดแปลกๆด้วยวิธีการที่คุณแม่คิดไม่ถึง อย่างเช่น การลักขโมย หรือการพูดโกหก หนักสุดก็คงไปถึงการปลอมเกรดเพื่อโกหกพ่อแม่ หรือลาออกจากที่ๆเรียนแล้วไปทำอย่างอื่นเพียงเพราะกลัวพ่อแม่จะโกรธ

Advertisement

Advertisement

2

ในชีวิตของผู้เขียนรู้จักคนหลายคนที่โกหกพ่อแม่ว่าเรียนติดที่นั้นที่นี้ แต่จริงๆแล้วไปทำงาน หรือทำอย่างอื่น ไม่ก็หากิจกรรมให้เวลาผ่านไปวันๆและกลับบ้านมาด้วยชุดนักเรียน

ความสุขของคนแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน คนบางคนมีความสุขจากการเที่ยว คนบางคนมีความสุขจากการกินของอร่อยๆ หรือคนบางคนมีความสุขจากเงิน หรือมีความุขจากากรมองเห็นคนอื่นมีความสุข ความสุขจากที่บ้านควรวัดด้วยรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะ เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราคาดหวังอะไรจากลูก อยากได้ความรักจากลูก หรือแค่อยากมีเกรดเพื่อมาโชว์บน Facebook อวดเพื่อน อวดญาติ เฉยๆ

Advertisement

Advertisement

3

ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เรามีวิธีพลิกแพลงหลายแบบที่จะไปถึงจุดหมายหรือเป้าหมายที่ทำให้ชีวิตของเราประสบความสำเร็จ เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราต้องการอะไรจากลูก และความคาดหวังของเราที่มีต่อลูกของเราคืออะไร

 


ขอขอบคุณ เครดิตรูปภาพ หน้าปก / Canva

รูปภาพประกอบที่ 1 / 2 / 3  โดย mohamed_hassan  / Pixabay