สวัสดีค่า วันนี้ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนึง เลยอยากจะมาแชร์มุมมองที่ฉันเก็บจากหนังสือและคิดว่ามันสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตเราได้ นั่นก็คือหนังสือ “เอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน”

หนังสือ

หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นโดยคุณธนัดดา สว่างเดือน เป็นหนังสือผู้เขียนเล่าถึงประสบการณ์จริงของตัวเองจากการขายตัวในต่างประเทศ เพื่อที่จะเป็นข้อคิดให้กับใครหลายคนถึงการใช้ชีวิต และเพื่อต้องการให้เห็นอีกมุมนึงของชีวิตที่ไม่มีใครเคยคิดว่าจะมีชีวิตแบบนี้ในโลกใบนี้ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็มีหลายอารมณ์แฝงอยู่ ทั้งสุข เศร้า เหงา ซึม ผ่านการถ่ายทอดอารมณ์ของผู้เขียน ถือว่าครบรสจริง ๆ  เอรี่

ซึ่งสิ่งที่ฉันได้รับจากหนังสือเล่มนี้ก็ได้แนวคิดต่าง ๆ มากมาย ตามนี้เลยจ้า


1. ความจนทำให้คนขายตัว

ในหนังสือเล่มนี้ ความจนก็เป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เขาต้องทำอาชีพนี้ ด้วยความจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อความอยู่รอด เพราะชีวิตของผู้เขียนตอนนั้นลำบากเหลือเกิน ไม่ได้เรียนต่อ เพราะท้อง ต้องหาเงินเพื่อเลี้ยงลูก และด้วยปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะให้ครอบครัวพ้นความจน และคิดว่าอาชีพนี้จะช่วยให้ได้อย่างที่สมใจ เพราะทำงานใช้เวลาไม่มากแต่ก็ได้เงินเยอะ (แต่ฉันไม่ขอแนะนำให้ทำนะคะ มันยังมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้) ซึ่งผู้เขียนก็รู้ว่ามันไม่ดี และก็ไม่ได้อยากให้ใครต้องทำตามด้วย

 

2. เข้าใจคนที่ขายตัวมากขึ้น

ฉันคิดว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ดูถูกคนกลุ่มนี้ ที่รังเกียจคนกลุ่มนี้ นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่เข้าใจเขาดีพอ เขาเหล่านั้นก็เหมือนคนทั่วไป มันทำให้ฉันคิดว่าไม่ควรตัดสินคนที่อาชีพของเขา เมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้คุณจะเข้าใจเขามากขึ้น อาชีพเขาอาจจะดูน่ารังเกียจ แต่คนที่ทำอาชีพนั้นไม่ได้น่ารังเกียจ เขาก็มีน้ำใจก็เพื่อนมนุษย์ มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นเหมือนกัน  เหมือนอย่างตอนที่ผู้เขียนและเพื่อน ๆ หนียากูซ่าที่ญี่ปุ่น แทบจะเอาชีวิตไม่รอด พวกเขาก็ต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ทิ้งกัน ไม่ปล่อยให้ใครตายคนเดียว ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน จะรอดก็ต้องรอดด้วยกัน” และพวกเขาก็มีจรรยาบรรณในอาชีพขายตัว เมื่อทำงานเสร็จก็จบไป ไม่ได้ต้องการที่จะผูกมัดกับใคร โดยเฉพาะคนที่มีคนรักอยู่แล้ว อย่างตอนหนึ่งของหนังสือ การนอนกับแขกเพื่อแลกกับเงินมันไม่ได้มีความสุขเหมือนนอนกับคนที่เรารักหรอก ถึงมันจะเจ็บแต่มันก็มีความสุข”

 

3. มีเงินเยอะไม่ใช่บุญวาสนา

คนจะรวยไม่ใช่เพราะบุญวาสนา แต่มันเป็นเพราะคน หนังสือเล่มนี้ก็ให้ข้อคิดในการใช้เงินจากผู้เขียน เนื่องผู้เขียนหาเงินจากการขายตัวได้เยอะ แต่ก็ต้องหมดไป  เพราะไม่เก็บเงิน กลับเอาไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ซื้อของที่ไม่จำเป็น เอาเงินไปซื้อเหล้า เล่นการพนันจนไม่มีเงินเก็บ นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่ไม่ควรทำ ซึ่งก็ได้แง่คิดเรื่องการใช้เงิน

 

4. ความไม่ยุติธรรมของสังคม

หนังสือของเล่มนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงสังคมในสมัยนั้นว่าไม่มีความยุติธรรม คนจนมักถูกรังแกเสมอ อย่างตอนที่ผู้เขียนถูกตำรวจจับ ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งคนนั้นเขากลับเป็นคนที่จะข่มขืนผู้เขียน แต่เขากลับไม่ได้ถูกลงโทษแต่อย่างใด ฉันคิดว่าคงไม่มีใครอยากเจอเรื่องแบบนั้นกับตัวเองหรอกนะ 


ฉันเชื่อว่าทุกคนอยากจะสัมผัสประสบการณ์ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง มีก็มีประสบการณ์อย่างนึงที่ทุกคนไม่อยากจะสัมผัสด้วยตัวเองนั่นคือ ประสบการณ์ขายตัว ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็สามารถตอบโจทย์ประสบการณ์ที่เราอยากรู้ได้เป็นอย่างดี ที่เราไม่ต้องหาประสบการณ์นี้เอง แต่มีคนที่มาเล่าให้เราฟัง เขาต้องผ่านการผจญภัยต่าง ๆ มากมาย กว่าจะมาขายตัวได้ช่างแสนลำบาก และขณะที่ขายตัวก็ลำบากยิ่งกว่า ใครว่าอาชีพนี้ทำแล้วมีความสุข จากที่ฉันอ่านความสุขที่เขาได้รับมันก็เป็นความสุขเพียงชั่วคราว มันไม่ได้ถาวรยั่งยืน ซึ่งทำให้ฉันได้เห็นชีวิตอีกมุมนึง ที่ฉันก็ไม่คิดเลยว่าในโลกนี้มีแบบนี้ด้วยเหรอ ไม่มีใครหรอกที่อยากจะทำอาชีพนี้จริง ๆ

 

ถ้าใครอยากรู้ว่าอาชีพนี้เป็นยังไง อยากเห็นอีกมุมนึงที่คุณไม่เคยเห็น อยากรู้ประสบการณ์ที่คุณไม่ต้องสัมผัสเอง ก็สามารถอ่านได้นะคะ อ่านแล้วเพลินดี น่าติดตาม ทำให้อยากรู้ว่าสุดท้ายชีวิตผู้เขียนจะเป็นยังไง

 

ขอบคุณภาพจาก : https://www.getbookie.com และ https://osaoldbook2.tarad.com