การกักตัวกับคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไป

เป็นที่แน่นอนว่าหลายคนในช่วงนี้ที่กำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 ต่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม หลายคนต้องหยุดงาน หลายคนไม่มีงานทำ หลายคนต้องกลับมาทำงานที่บ้านตามคำสั่งของบริษัทที่ทำงานแบบ Work From Home ซึ่งทำให้บางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก หลายคนเริ่มมีความคุ้นชินกับบรรยากาศเดิมๆภายในบ้าน เพราะกลัวไม่กล้าที่จะออกไปด้านอกจนเมื่อเวลาเนิ่นนานไปเรื่อย ๆ ทำให้หลายคนเกิดความเคยชิน โดยไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารจากข้างนอกมาทานเพราะก็สามารถทำทานเองได้ที่บ้าน หรือกิจกรรมบางอย่างที่ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาสถานที่ข้างนอกอีกต่อไป ทำให้หลายอย่างหลังจากนี้จะเปลี่ยนแปลงไป

การกักตัวกับคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างที่หลายคนเริ่มรู้สึกมากขึ้นคือทุกคนเริ่มมีความระมัดระวังในการเดินทางไปไหนมาไหนกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเทียบกับในช่วงแรก ๆ ที่เกิดเหตุการณ์โรคระบาดขึ้น ทุกคนต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และทำให้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในรูปแบบใหม่ด้วย ซึ่งก็ทำให้หลายคนยังไม่เกิดความเคยชิน อย่างเช่นต้องใส่แมสตลอดเวลา บางคนลืมบ้าง บางคนก็หาซื้อไม่ได้บ้าง แต่พอเวลาผ่านไปหลายคนเกิดเป็นความเคยชินเหมือนเป็นสิ่งของที่ต้องมีติดตัวไว้ตลอดเวลา ซึ่งพอเวลาเนิ่นนานนับเดือนทำให้หลายคนคุ้นชินกับการปฏิบัติตนในแบบทุกวันนี้ ซึ่งก็มีส่วนดีที่จะทำให้ทุกคนรู้จักรักษาอนามัยของตัวเอง แต่ก็อาจจะมีผลเสียของฝั่งทางด้านธุรกิจให้บริการต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นี้จบเราคงจะได้พบการการเปลี่ยนแปลงในอีกรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะกระตุ้นให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตปกติและให้ทุกคนได้ออกมาทำกิจกรรมข้างนอกบ้านเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

การกักตัวกับคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปการปรับตัวของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่าง ๆ ก็น่าสนใจที่เราจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อไวรัสระบาดห้างต้องปิดตัวลงชั่วคราว ร้านค้าและผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนการซื้อขายในแบบที่สั่งแล้วรับกลับบ้านอย่างเดียว นั่นทำให้รายได้ที่เคยมีขาดหายไปอย่างมหาศาล และการปิดตัวที่นานนับเดือนทำให้ผู้คนต้องอาศัยอยู่แต่ภายในบ้าน ทำให้พฤติกรรมของผู้ซื้อก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะร้านอาหารที่อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวกว่าจะเป็นเหมือนเดิม เพราะผู้คนส่วนมากมักต้องอาศัยอยู่ภายในบ้านการทำอาหารทานเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการหาซื้อมาทานจากนอกบ้านแล้ว เพราะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายและป้องกันการติดเชื้อจากภายนอกมาสู่ภายในบ้าน ทำให้ร้านอาหารบางร้านเลือกที่จะปิดร้านก่อนชั่วคราวเพราะได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งนั่นก็ยังไม่รู้ว่าแล้วหลังจากเหตุการณ์นี้สงบลงไปร้านอาหารที่เปิดให้บริการจะยังสามารถดำเนินกิจการต่อได้หรือไม่ หรืออาจจะได้รับผลกระทบที่ตามมาจากภัยโควิดระบาดอีก

Advertisement

Advertisement

การกักตัวกับคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปหลายคนได้มีเวลาเรียนรู้อยู่กับตัวเองมากยิ่งขึ้น ทำให้หลายคนได้ฝึกวิชาในขณะต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน จึงทำให้หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่หลายคนต้องทำงานแบบ Work From Home การดูแลตัวเองที่ต้องมีมากขึ้นกว่าเดิมทั้งใส่แมส ใช้เจลล้างมือหรือพกสเปรย์แอลกอฮอล์ การเดินทางที่ต้องรักษาระยะห่างจากผู้อื่น การทำอาหารที่หลายคนคงจะได้มีเวลาฝึกฝนตัวเองกันมากขึ้นเพราะต้องอยู่บ้านทั้งวัน

การกักตัวกับคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปและหลังจากนี้เราคงจะเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม และต้องใช้เวลาอีกนานกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ และเราก็ต้องรอจนกว่าทุกอย่างจะมียารักษาหรือทำให้เราทุกคนรู้สึกปลอดภัยกับไวรัสที่เกิดขึ้นนี้ ซึ่งในตอนนี้ที่ทุกคนต้องปรับตัวก็คงทำให้หลายคนอาจจะต้องเผชิญกับหลายปัญหาโดยเฉพาะเรื่องงานที่ต้องยอมรับเลยว่าคนตกงานเยอะมากขึ้นจริง ๆ จากพิษเศรษฐกิจแบบนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังมีฟ้าหลังฝนเสมออยากให้ทุกคนลุกขึ้นสู้และฝ่าฟันต่ออุปสรรคนี้และหาอาชีพใหม่ ๆ เพิ่มเติมเพื่อจุนเจือค่าใช้จ่ายที่ยังมีอยู่เท่าเดิมแต่รายได้ที่หายไป อย่างน้อยลองหาอะไรทำเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นค่ากินค่าใช้จ่ายจะได้มีพอในช่วงเวลาที่คับขันแบบนี้

เมื่อใดที่ Covid-19 หมดลงเชื่อว่าคงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกทางหนึ่งของทุกคน เพราะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาที่เกิดเหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น และถ้าหลังจากนี้เมื่อทุกอย่างเปิดเป็นปกติแต่ผู้คนที่เดินช้อบปิ้งในห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารยังน้อยลงอยู่ จะเกิดอะไรขึ้น? เพราะทุกวันนี้โลกออนไลน์ก็มีทุกอย่างให้แล้วโดยที่ไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอก ซึ่งคงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ท้าทายเมื่อโควิดจบลงเราคงจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 


บทความและภาพถ่ายโดยผู้เขียนเอง