หลังจากคราวที่แล้วที่ได้บอกไว้ถึงวิธีในการเช็คกระเป๋ามือสองรุ่น Monogram Speedy ว่ามีวิธีดูยังไงนะคะ วันนี้เรามาดูกันต่อเลยค่ะว่าสิ่งสิ่งหนึ่งที่เราสามารถสังเกตได้นั่นก็คือ วัสดุโลหะ ด้านใน และ ป้ายรหัส ของกระเป๋าใบนั้นนั่นเองค่ะ

ส่วนที่เป็นวัสดุ

  • ส่วนวัสดุโลหะนั้นทำจากทองเหลือง ซึ่งเมื่อถูกใช้งานไปเรื่อย ๆ สีจะเปลี่ยนสีออกหม่นขึ้น เนื่องจากโลหะนั้นทำปฏิกิริยาแล้วเปลี่ยนสี เช่นตรงหมุดอาจจะมีสีเขียวแซม ๆ บ้างตามธรรมชาติของทองเหลือง แต่ถ้าเป็นของปลอมทำเลียนแบบเรามักจะเห็นเป็นสีทองสว่างเกินจริง

ภาพประกอบ 1

ด้านใน

  • จะเป็นสีน้ำตาลสำหรับ Monogram (แต่ถ้าเป็น Damier จะเป็นสีแดง)
  • กระเป๋าด้านในนี้จะไม่มีซิป

ภาพประกอบ 2

  • ป้ายรหัสจะถูกเย็บไว้ใต้กระเป๋าเมื่อพลิกขึ้นมาอยู่ด้านขวามือของเรา

ภาพประกอบ 3

ภาพประกอบ 4

  • เมื่อเรายกกระเป๋าข้างด้านในพลิกขึ้นมาก็จะเห็นป้ายรหัสที่ทำจากหนังเย็บไว้มุมขวามือของเรานั่นเอง โดยรหัสที่ใช้บอกนั้นมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่ากระเป๋าใบนั้นถูกผลิตขึ้นมาปีไหน โดยเริ่มแรกทางบริษัทยังไม่มีระบบป้ายรหัสบอกแหล่งและปีที่ผลิต แต่ได้เริ่มนำระบบนี้มาใช้ราว ๆ ปี 1980 ซึ่งในระยะแรก ๆ นั้นกระเป๋า Louis Vuitton จะถูกผลิตในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น แต่เมื่อบริษัทเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการของลูกค้า บริษัทจึงขยายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น เช่น อเมริกา สเปน อิตาลี เยอรมนี และ สวิสเซอร์แลนด์ ถึงตอนนี้คุณอาจจะแปลกใจเพราะเข้าใจผิดมาตลอดว่ามันต้องเป็น Made in France เท่านั้นใช่มั้ยคะ เรามาดูข้อมูลเพิ่มโดยละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

ตัวหนังสือและประเทศที่ผลิต

ฝรั่งเศส

A0, A1, A2, AA, AAS (Special Order), AH, AN, AR, AS, BA, BJ, BU, DU, DR, DT, CO, CT, CX, ET, FL (Also USA), LW, MB, MI, NO, RA, RI, SD (Also USA), SA (also Italy), SF, SL, SN, SP, SR, TJ, TH, TN, TR, TS, VI, VX

Advertisement

Advertisement

อิตาลี
BC, BO, CE, FO, MA, OB, PL, RC, RE, SA (also France), TD

สเปน
CA, LO, LB, LM, LW, GI, UB

อเมริกา
FC, FH, LA, OS, SD (Also France), FL (Also France), TX

เยอรมนี
LP, OL

สวิสเซอร์แลนด์
DI, FA

อ้างอิง https://lovethatbagetc.com/blogs/the-preloved-pages/a-guide-to-louis-vuitton-date-codes

 

วิธีการอ่านรหัส

  • ช่วงแรก ๆ ในยุค  1980s

จะเห็นเป็นตัวเลข 3 – 4 หลักเท่านั้น ไม่มีตัวหนังสือ โดย 2 หลักหน้าจะเป็นปีที่ผลิต และ ตัวเลข 1-2 หลักหลังจะเป็นเดือนที่ผลิต

เช่น 824 คือ ผลิตในปี 1982 เดือน 4 หรือ

เช่น 8310 คือ ผลิตในปี 1983 เดือน 10

  • ช่วงหลัง ๆ ในยุค 1980s

จะเพิ่มตัวอักษรมาอยู่ด้านหน้าก่อนตัวเลข โดยแต่ละประเทศจะมีรหัสที่ต่างกันไป เช่น FC884 คือ ผลิตที่ประเทศอเมริกา ในปี 1988 เดือน 4

Advertisement

Advertisement

(โดยตัวหนังสือ และ ตัวเลขต้องเว้นระยะห่างที่เท่า ๆ กัน ไม่ติดกันแน่นจนเกินไปแต่ได้ระยะที่พอดี)

  • ช่วงปี 1990 – 2006

ยังมีการใช้ตัวหนังสือ 2 ตัวแทนรหัสประเทศที่ผลิต แต่จะเป็นตัวเลข 4 หลักและแต่ละหลักนั้นจะบอกช่วงเวลาที่ผลิตแบบใหม่ คือ ตัวเลขหลักที่ 1 และ 3 จะเป็นเดือนที่ผลิต และ ตัวเลขหลักที่ 2 และ 4  จะเป็นปีที่ผลิต เช่น LW1005 คือ ผลิตที่ประเทศสเปน เดือน 10 ปี 2005

  • ช่วงปี 2007 - ปัจจุบัน

ยังคงใช้ทั้งตัวหนังสือ และ ตัวเลข 4 หลัก แต่จะเปลี่ยนตรงที่ เลขหลักที่ 1 และ 3 คือ สัปดาห์ที่ผลิตของปีนั้น ส่วนอื่นยังคงเหมือนเดิม เช่น AA0069 คือ ผลิตที่ฝรั่งเศส สัปดาห์ที่ 6 ปี 2009

ภาพประกอบ 5

เป็นไงกันบ้างคะถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าพวกเราคงเริ่มอุ่นใจกันมากขึ้นกับการเลือกซื้อกระเป๋ามือสองและวิธีการเช็คเพื่อให้แน่ใจมั่นใจยิ่งขึ้นนะคะ บางครั้งถ้าเจอคนขายใจดีเขาก็สามารถให้เราดูใบเสร็จรวมถึงควรจะให้ถุงที่ใส่กระเป๋ามาด้วยค่ะ โชคดีนะคะ

เครดิตภาพ

ภาพปกจาก https://pixabay.com

ภาพโดยผู้เขียน ภาพประกอบ 1 - 5