มนุษย์เราใช้ชีวิตผ่านไปแต่ละวัน ทำงาน กลับบ้าน ทำหน้าที่ของตัวเองตามที่ถูกปลูกฝัง หลายคนไม่กล้าฝันถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เพราะไม่เคยล่วงรู้ว่ามีเราทุกคนสามารถใช้ความมุ่งมั่นแรงกล้าจาก "ความคิด" เป็นพลังในการเพื่อผลักดันให้เราไปสู่เป้าหมายได้

ความคิดมีพลังจริงหรือไม่? คำถามนี้อาจไม่มีคำตอบที่ได้รับการรับรองทางวิชาการแน่ชัด แต่จากการศึกษาทางควอนตัมฟิสิกส์ ในแขนงวทยาศาสตร์ทางจิต ได้ชี้ให้เห็นการค้นพบว่า “จิต” หรือ "ความคิด" ของมนุษย์เรานั้น มีพลังงาน สามารถก่อร่างสร้างสิ่งที่คิดให้บังเกิดในโลกกายภาพได้ แม้เราจะไม่เข้าใจ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เป็นจริง ดังเช่นคลื่นโทรศัพท์ หรือสัญญาณอินเตอร์เน็ต ที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้ จับต้องไม่ได้ และมองไม่เห็น น้อยคนที่รู้ว่ามันหน้าตาแบบไหน ทำงานอย่างไร แต่เราก็รู้ว่ามีอยู่จริง และเราก็มีความสุขจากการใช้ประโยชน์มัน

Advertisement

Advertisement

จักรวาลที่เราอาศัยอยู่นี้ที่มีกฎทางธรรมชาติมากมาย ที่รู้จักกันดีคือกฎแห่งแรงโน้มถ่วง หากเราพลัดตกจากตึก ไม่ว่าเราจะเป็นคนดีหรือคนเลวแค่ไหน เราก็จะตกกระทบพื้นอย่างแน่นอน กฎแห่งแรงโน้มถ่วงทำงานอย่างเที่ยงตรงเสมอค่ะ เช่นเดียวกับ "กฎแห่งแรงดึงดูด" ทุกสิ่งที่ปรากฎอยู่ในชีวิตเราตอนนี้ รวมถึงสิ่งที่เราพร่ำบ่นอยู่นี้ เราเป็นคนดึงดูดมันเข้ามาเอง อ่านมาถึงตรงนี้เพื่อน ๆ อาจจะแย้งอยู่ในใจ ว่าเราไม่ได้อยากดึงดูดหนี้สิน ไม่ได้อยากดึงดูดคนรักแย่ ๆ เข้ามาสักหน่อยนี่นา แต่ขอบอกคุณไว้ตรงนี้เลยว่า เรานั่นแหล่ะดึงดูดมันเข้ามาเอง!

(เพื่อน ๆ สามารถอ่านเรื่องราวเบื้องต้นของ "กฎแห่งแรงดึงดูด" ได้ใน EP.1 โดยกดเข้าไปในหน้าโปรไฟล์ของผู้เขียนได้เลยค่ะ)

mindขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

Advertisement

Advertisement

การที่เรามีผู้คนรอบข้างที่มีทัศนคติลบ ๆ สร้างความเดือดร้อนให้แก่เรา เพื่อนร่วมงานแย่ ๆ คนรักที่ทำให้ชีวิตพัง พวกเขาเหล่านั้นเข้ามาในชีวิตของเราเพราะ ‘ตัวเราเอง’ ที่ดึงดูดพวกเขาให้เข้ามา เราอนุญาตให้พวกเขาเหล่านั้น และแม้กระทั่งหนี้สินกองโต เข้ามาในชีวิตของเราเอง ยังไงน่ะเหรอคะ? ก็จากการที่เราเอาเเต่บ่น หรือนึกถึงแต่เรื่องไม่ดีของปัญหาและผู้คน เเล้วก็บ่นซ้ำไปซ้ำมาในหัวว่าทำไมชีวิตมีเเต่คนเเบบนี้เข้ามา ทำไมมีแต่ปัญหาเข้ามาให้แก้ไม่หยุดหย่อน และเมื่อในหัวของเราคิดถึงแต่สิ่งที่เราไม่ต้องการบ่อย ๆ เราจึงสร้างเเรงดึงดูดเพื่อดึงดูดสิ่งเหล่านั้นให้เข้ามาในชีวิตของเราเพิ่มขึ้นไปอีก และสลัดปัญหาเดิม ๆ ไม่เคยหลุด ที่แย่ไปกว่านั้น คือเราเองก็กำลังค่อย ๆ กลายเป็นปัญหาให้กับคนอื่นซะเอง โดยไม่รู้ตัว

Advertisement

Advertisement

กฎเเห่งแรงดึงดูด มีหลักการคือจะดึงดูดสิ่งที่เหมือนกันเข้าหากัน เมื่อเราคิดลบ เอาเเต่บ่นถึงผู้คนที่เราไม่ต้องการ เก็บเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับคนพวกนั้นมาคิด มองเห็นคนอื่นเเต่ในด้านลบ ๆ เเสดงว่าเราก็มีทัศนคติที่ไม่ต่างกับคนพวกนั้น และนั่นเป็นเหตุให้คนประเภทที่เราไม่ชอบ กลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในชีวิตของเราไงล่ะคะ

อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในหัวของเรา คือสิ่งที่เรากำลังจะดึงดูดเข้ามา

ไม่ว่าเราจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม

ดังนั้น ถ้าเราคิดถึงสิ่งนั้นบ่อย ๆ เราจะดึงดูดสิ่ง ๆ นั้นให้เข้ามาในชีวิตของเราโดยไม่รู้ตัว เช่น หากเราวิตกกังวล คิดว่าวันนี้ออกจากบ้านไป รถต้องต้องติดเเน่ ๆ เเม้ในใจเราจะขอให้รถไม่ติด เเม้ว่าปากของเราจะพูดว่าขอให้รถไม่ติด เเต่ถ้าลึก ๆ เเล้วเราก็ยังคิด ยังรู้สึก ยังมีความเชื่อว่ารถต้องติดเเน่ ๆ ผลลัพธ์ที่เราจะได้จากเเรงดึงดูดก็คือ เราจะพบเจอกับสถานการณ์รถติดเเน่นอน กลับกันหากเราเชื่อว่าวันนี้ท้องถนนต้องโล่ง การเดินทางต้องเป็นไปอย่างราบรื่น ผลลัพธ์ก็จะออกมาตามสิ่งที่เราคิดไว้ในหัวอย่างไม่ผิดเพี๊ยน ลองดูนะคะ แล้วเพื่อน ๆ อาจจะประหลาดใจ

stressขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

เพราะทุกความคิด ความเชื่อ ความรู้สึกของเรามีพลังค่ะ จิตใต้สำนึกของเรากำลังรับฟังเสียงของความรู้สึกนึกคิดของเราอยู่ตลอดเวลา เราจะเป็นแบบไหน เราจะเป็นอะไร มันเริ่มที่ความคิดของเรา หากเราคิดว่าตัวเองตัวเล็กเกินกว่าเป้าหมายที่เราปรารถนาจะไปถึง ตัวเราก็จะเล็กกว่าเป้าหมายนั้นจริง ๆ ธรรมชาติจะไล่ต้อนให้เรายิ่งเจอกับความยากลำบากในการเดินไปหาเป้าหมาย ทำให้เรายิ่งรู้สึกตัวเล็ก รู้สึกห่างไกลจากเป้าหมายเข้าไปอีก เหมือนที่เรากำลังคิดอยู่นั่นล่ะค่ะ กลับกันถ้าหากเราคิด เราเชื่อว่าตัวเราเองนั้นยิ่งใหญ่ เป้าหมายที่เราปรารถนาจะไปยืนอยู่นั้นจะดูเล็กนิดเดียว และกฎแห่งแรงดึงดูดจะยิ่งนำพาสิ่งต่าง ๆ โอกาส ช่องทางดี ๆ คนดี ๆ ที่จะช่วยส่งแรงผลักดันบางอย่างเข้ามาในชีวิตของเรา ให้เรายิ่งรู้สึกว่าตัวเรานั้นยิ่งใหญ่ แล้วเป้าหมายที่เราปรารถนาก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

นี่อาจเป็นเรื่องยากในการทำความเข้าใจอยู่สักหน่อย แต่เมื่อเพื่อน ๆ เข้าใจและยอมรับมันแล้ว มันจะเปลี่ยนชีวิตได้จริง ๆ ค่ะ คนส่วนมากคิดว่าชีวิตเป็นไปตามชะตาฟ้าลิขิต เราประสบพบเจอสิ่งต่าง ๆ เพราะบุญกรรม และเข้าใจผิดว่าเราไม่สามารถควบคุมมันได้

ความคิดและความรู้สึกเป็นระบบที่ทำงานอัตโนมัติ ดังนั้นเมื่อเราคิดและรู้สึก เราก็จะดึงดูดสิ่งต่าง ๆ เข้ามาอย่างอัตโนมัติ ตามธรรมชาติ เราอาจจะรู้สึกว่าเป็นการยากที่จะควบคุมความคิด มันอาจจะดูยากในช่วงแรก แต่เมื่อเราฝึกฝน มันจะกลายเป็นเรื่องสนุกในการขีดเขียนชะตาชีวิตตนเอง

งานวิจัยบอกว่า คนเรามีความคิดประมาณ 60,000 เรื่อง ในหนึ่งวัน ซึ่งคงจะเหนื่อยล้าไม่เบาหากพยายามจะควบคุมความคิดทั้งหมด โชคดีที่มีหนทางที่ง่ายกว่านั้น นั่นคือควบคุม “ความรู้สึก” ค่ะ

อารมณ์ความรู้สึกเป็นต้นกำเนิดของสิ่งที่เราคิด เป็นตัวบ่งบอกว่าเรากำลังคิดแบบไหนอยู่ ความรู้สึกดี รู้สึกรัก รู้สึกมีความสุข รู้สึกมีพลัง หรือความรู้สึกแย่ รู้สึกทุกข์ รู้สึกโกรธเกลียด รู้สึกห่อเหี่ยวเศร้ามอง เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เรารู้ตัวว่าเรากำลังส่งคลื่นความถี่แบบไหนออกไป และเรากำลังดึงดูดเรื่องราวแบบไหนเข้ามา

อยากให้เพื่อน ๆ ลองใช้เวลาสัก 30 วินาที ในตอนนี้ พิจารณาดูว่าขณะนี้กำลังรู้สึกแบบไหนอยู่ ถ้าเป็นความรู้สึกสดใส เบิกบาน มีความสุข อะไรก็ตามที่เรารู้ได้เองว่ามันดี ก็แค่รู้สึกแบบนั้นต่อไป แต่หากเป็นความรู้สึกที่ตรงกันข้าม ขอให้เปลี่ยนขั้วมันซะ!

เพื่อน ๆ อาจก่นเถียงในใจอีกว่า ก็คนกำลังเครียด มันจะหายง่าย ๆ ได้ยังไงล่ะ! ใช่ค่ะ มันอาจจะไม่ง่าย แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ เอาล่ะ ลองยิ้มดู ทำหรือยัง? ยิ้มค่ะ ยิ้มมมม ยิ้มทั้ง ๆ ที่ฝืนนั่นแหล่ะ ยิ้มต่อไป หากยังไม่พอ ลองหัวเราะดู หัวเราะดัง ๆ ไปเลย หัวเราะอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะเหนื่อยไปเอง

รู้สึกดีขึ้นแล้วสินะคะ งั้นเราไปต่อกัน..

feelขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

“ความรู้สึก” คือกลไกที่สะท้อนว่าสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่ เป็นไปในลู่ทางที่ควรจะเป็นหรือไม่ ขณะที่เราดำเนินชีวิตในแต่ละวัน กฎแห่งแรงดึงดูดก็ทำงานของมันอยู่ในทุกเสี้ยววินาที ทุกสิ่งที่เราคิด ทุกสิ่งที่เรารู้สึก เรากำลังสร้างอนาคตของเราจากสิ่งเหล่านั้น หากเรากังวลหรือกลัว มันก็จะยิ่งนำสิ่งที่ทำให้เราเกิดความกลัวและกังวลมาสู่ชีวิตเราตลอดทั้งวัน และเราก็จะได้รับในสิ่งที่เรารู้สึก ไม่ต่างไปจากสิ่งที่เราคิด 

อยากให้เพื่อน ๆ ลองสังเกตชีวิตประจำวันของตัวเองดูนะคะ เช้าวันไหนที่เพื่อน ๆ ตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์เบิกบานแจ่มใส ลองสังเกตดูว่าชีวิตของเพื่อน ๆ ในวันนั้นเป็นอย่างไร และในเช้าวันที่ตื่นมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ลองสังเกตดูว่าชีวิตในวันนั้นของเราเป็นเช่นไร อารมณ์แรกในตอนตื่น มีผลกับชีวิตในวันนั้นของเราเป็นอย่างมาก หากเราตื่นเช้าขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ดี ก็นับว่าน่ายินดีมากทีเดียวค่ะ ตราบใดที่เราไม่ยอมให้สิ่งใดเข้ามาเปลี่ยนแปลงอารมณ์เรา รับรองว่าวันนั้นจะเป็นวันที่เพื่อน ๆ จะพบเจอแต่เรื่องราวและโอกาสดี ๆ แน่นอน

“ความรู้สึก” คือกุญแจสำคัญในการใช้กฎแรงดึงดูด
เพื่อน ๆ สามารถเริ่มรู้สึกว่าตัวเองร่ำรวย มีสุขภาพดี ประสบความสำเร็จ รู้สึกถึงความรักที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา อะไรก็ตามที่เราต้องการ เราสามารถเริ่มที่จะรู้สึกถึงมันได้เลยในตอนนี้ เดี๋ยวนี้ แล้วกฎแห่งแรงดึงดูดจะตอบสนองต่อท่วงทำนองความรู้สึกของเราในทันใด จักรวาลจะตอบสนองต่อธรรมชาติของความรู้สึกภายในจิตใต้สำนึก และเผยมันออกมาในโลกกายภาพ ความคิดและความรู้สึก เป็นสิ่งที่สร้างชีวิตของเรา เป็นความจริงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และมันจะเป็นแบบนั้นเสมอ มันอาจจะยากที่จะยอมรับ แต่เมื่อเปิดใจแล้วล่ะก็ ผลลัพธ์ที่ตามมามันคุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ

ความคิดและความรู้สึกใดก็ตามที่เคยส่งผลต่อชีวิตเรา หรือกำลังส่งผลอยู่ในขณะนี้ เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดของเราแบบฉับพลันทันใด นับตั้งแต่ตอนนี้! เดี๋ยวนี้! เพราะเรากำลังสร้างชีวิตของเราเองอยู่ในทุกขณะจิต

happyขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

การยิ้มและการหัวเราะ เป็นวิธีการเปลี่ยนขั้วความรู้สึกที่ง่ายและได้ผลเร็วที่สุด เพราะธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถรู้สึกคนละขั้วในเวลาเดียวกันได้ค่ะ เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เพื่อน ๆ เกิดรู้สึกถึงความไม่สบายใจ ความหดหู่ ห่อเหี่ยวใจ เมื่อมีสติตระหนักรู้ตัวได้ ว่าอารมณ์นั้นจะพาเราไปสู่เหตุการณ์ที่เป็นคลื่นความถี่เดียวกัน ให้เรารีบกลับขั้วความรู้สึกนั้น โดยการยิ้มและหัวเราะ กระโดดโลดเต้นได้เลยยิ่งดีค่ะ ยิ้มและหัวเราะทั้งที่กำลังร้องไห้นั่นแหล่ะ เพราะเราไม่สามารถทุกข์ใจได้ในขณะที่กำลังหัวเราะแน่นอน วิธีการนี้เป็นทางลัดที่ง่ายที่สุดที่เพื่อน ๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้เลยทันที

อยากให้เพื่อน ๆ พึงระวังความคิดและความรู้สึกของตัวเองให้ดีนะคะ เพราะเราต่างกำลังส่งคลื่นความถี่กันอยู่ตลอดเวลา ลองจินตนาการว่าตัวเราเป็นเสาสัญญาณ และเรากำลังส่งสัญญาณออกไปยังโลกภายนอกรอบตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอะไรล่ะที่เราอยากส่งออกไป คลื่นสัญญาณแบบไหนล่ะที่เราอยากได้รับกลับมา?

จงรู้สึกดี จงมีความสุข ส่งคลื่นความถี่ของความสุขออกไป เพื่อดึงดูดสิ่งดีๆ กลับเข้ามาสู่ชีวิตเรากันนะคะ ยิ่งเรารู้สึกดีมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งดึงดูดสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีเข้ามามากเท่านั้น เพื่อคอยกระตุ้นให้เรารู้สึกดีอีกยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ 

ในทางกลับกัน หากเรารู้สึกแย่ ขอแค่เพียงเรารู้สึกตัวเร็วเท่าไหร่ ก็เป็นโอกาสให้เราเปลี่ยนขั้วความรู้สึกได้เร็วเท่านั้น นอกจากการฝืนยิ้มหรือหัวเราะตามที่ได้แนะนำไปแล้ว เพื่อน ๆ อาจหาเพลงฟัง แน่นอนว่าไม่ควรเป็นเพลงที่เนื้อหาเป็นลบ แม้เราจะกำลังอกหักช้ำรักสักเพียงใด ก็ขอให้ฝืนที่จะไม่ฟังเพลงเศร้าอย่างเด็ดขาด  แนะนำให้ออกไปเดินเปิดหูเปิดตา สนุกสนานกับเพื่อนฝูง หรือทำงานอดิเรกอะไรก็ตามที่เราชอบ แล้วความรู้สึกไม่ดีจะค่อย ๆ สลายหายไปอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

happyขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

เมื่อเพื่อน ๆ ฝึกฝนการจัดการอารมณ์ความรู้สึกตัวเองได้อย่างเชี่ยวชาญและเป็นธรรมชาติแล้ว จะพบว่า เราสามารถสร้างสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิตจริงได้ โดยใช้เทคนิคของกฎแห่งแรงดึงดูดนี้เป็นเครื่องมือ ชีวิตจะกลายเป็นเรื่องน่าสนุกขึ้นมาก เมื่อเรารู้วิธีการใช้งานกฎแห่งแรงดึงดูด

บทความหน้า จะมาแบ่งปันเทคนิคการใช้กฎแห่งแรงดึงดูดในการดำเนินชีวิตให้ได้ดังใจปรารถนา รับรองว่าน่าสนุกแน่นอน อย่าลืมติดตามกันนะคะ และหากเพื่อน ๆ สนใจบทความดี ๆ แบบนี้ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้าโปรไฟล์ของดารัณเลยค่า 

:)

 

เรื่อง : ดารัณ พันสวะนัด (ผู้เขียน)

ขอบคุณภาพประกอบปกจาก Unsplash