หลายคนอาจจะเคยได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน หรือเห็นผ่าน ๆ ตา มาแล้ว กับเรื่องของ "กฎแห่งแรงดึงดูด" หรือ The Law of Attraction 

โลฟ์โค้ชหลายท่านนำมาพูดกันมากมาย บ้างก็ว่าช่วยเปลี่ยนชีวิต ช่วยให้ร่ำรวย ประสบความสำเร็จจากการใช้กฎนี้ ฟังดูน่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อย ใกล้เคียงกับความงมงาย หรือหลอกขายคอร์สหรือเปล่า ว่าแต่มันคืออะไรกันล่ะ? มันช่วยได้จริงไหม บทความนี้จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่สอดแทรกความเชื่อส่วนบุคคลของ "กฎแห่งแรงดึงดูด" กันค่ะ ชื่ออาจจะดูลิเก๊ลิเกเนอะ แต่อยากให้ลองเปิดใจอ่านกันดู ถือว่าเพิ่มประสบการณ์ในอีกด้านหนึ่ง และอย่าลืมใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ

“ทุกสิ่งคือพลังงาน..”

หลักการง่าย ๆ ของกฎแห่งแรงดึงดูดคือ คือ พลังงานแบบเดียวกัน จะดึงดูดเข้าหากัน ลองจินตนาการว่าตัวเราคือแม่เหล็ก ซึ่งเราก็จะดูดสิ่งที่มีคุณสมบัติเป็นเหล็กเข้าหาใช่ไหมล่ะคะ พูดง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่เหมือนกัน จะถูกดึงดูดเข้าหากันนั่นเองค่ะ แต่เป็นการดึงดูดในระดับที่ลึกไปกว่านั้น คือระดับของความคิด เพราะความคิดก็คือพลังงาน เมื่อเรายึดมั่นในความคิดของเราต่อสิ่งที่เราต้องการ ชัดเจนในระดับจิตใต้สำนึกว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ แล้วความคิดจะก่อรูปจากพลังงานที่มองไม่เห็น กลายเป็นสสารที่มีสถานะจับต้องได้ในชีวิตจริง นั่นคือหลักการทำงานของกฎแรงดึงดูดค่ะ

Advertisement

Advertisement

"เราจะดึงดูดในสิ่งที่เรานึกคิดถึงมันมากที่สุด"

เมื่อไหร่ที่เรามีภาพของสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดในความคิดของเราอย่างชัดเจน ไม่ช้าก็เร็ว เราจะได้สิ่งนั้นมาครอบครอง หลักการนี้สามารถสรุปได้ในประโยคสั้น ๆ คือ...

“Though become things”

ความคิดขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

Advertisement

Advertisement

สิ่งที่คนจำนวนมากไม่รู้ และไม่เข้าใจ คือ “ความคิดเป็นพลังงาน” มีความถี่ ที่สามารถวัดได้ เพราะฉะนั้นหากเรานึกคิดถึงบางสิ่งบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า จินตนาการภาพของสิ่งนั้นในหัวของเราได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการมีรถคันใหม่ บ้านหลังใหม่ การสร้างธุรกิจของตัวเอง การได้แต่งงานกับคู่ชีวิตที่ตรงตามสเปค อะไรก็ตามที่เราต้องการ เราจินตนาการภาพของสิ่งนั้นไว้อย่างไร ความคิดของเราจะแผ่คลื่นความถี่ออกมาอย่างสม่ำเสมอ
และความถี่จะส่งสัญญาณที่มีแรงดึงดูดออกมา เพื่อดึงสิ่ง ๆ นั้น กลับเข้าสู่ชีวิตเราค่ะ 

แล้ว "คลื่นความถี่" ที่ว่านี่คืออะไร? คลื่นความถี่นี้ก็คือคลื่นความถี่จากสมองของเรา ที่แผ่ออกมาในรูปแบบพลังงานไฟฟ้า เรามองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ต้องใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในการตรวจวัด แต่แม้ว่าจะมองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริง ก็เหมือนกับคลื่นสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ตนั่นล่ะค่ะ เราก็มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ? แต่เรารู้ว่ามันมีอยู่จริงแน่นอน เราสัมผัสมันในทุก ๆ วัน คลื่นความถี่สมองก็เช่นเดียวกันค่ะ ลองจินตนาการดูว่าเราคือเสาส่งสัญญาณจากสมอง แล้วสัญญาณแบบไหนล่ะที่เรากำลังส่งออกไป

Advertisement

Advertisement

ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงแต่เรื่องที่ตัวเองไม่ต้องการ ส่งแต่สัญญาณที่ไม่ต้องการออกไป

เพื่อน ๆ เคยรู้สึกไหมคะ ว่าทำไมปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าจังเลย ในรูปแบบเดิม ๆ แค่ต่างกรรมต่างวาระ ต่างตัวแสดง หรือที่บางคนเรียกมันว่า "เคราะห์ซ้ำกรรมซัด" นั่นเพราะเราเฝ้าแต่คิดถึงมัน เครียด กังวล อยู่ตลอดเวลา โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังส่งสัญญาณสิ่งลบ ๆ ออกไป และดึงดูดสิ่งนั้นกลับเข้าสู่ชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นเองค่ะ ไม่ว่าสิ่งที่เราคิดจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควรก็ตาม กฎแห่งแรงดึงดูดก็แค่ตอบสนองต่อสิ่งที่เราส่งสัญญาณออกไปเท่านั้น

เพราะฉะนั้น ถ้าตอนนี้เพื่อน ๆ กำลังเครียดกับหนี้บัตรเครดิตก้อนโต เฝ้าคอยคิดหาแต่วิธีหาเงินมาใช้หนี้อยู่ทุกวี่วัน จะจับจ่ายสิ่งใดก็กังวลว่าเงินจะไม่พอใช้ เฝ้าย้ำเตือนกับตัวเองให้ประหยัด เพื่อนำเงินไปจ่ายหนี้ หายใจเข้าออกมีแต่เรื่องหนี้สิน หากเป็นเช่นนั้น คือเรากำลังส่งสัญญาณของความเป็นหนี้ ความเครียด ความขาดแคลน ที่กำลังรู้สึกอยู่ ออกไป และยืนยันได้เลยค่ะว่า เราจะได้รับความขาดแคลนและหนี้สินเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะอะไรก็ตามที่เราส่งคลื่นความถี่ออกไป จะสะท้อนกลับมาหาเราในคลื่นความถี่แบบเดียวกัน

depressedขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

กฎแห่งแรงดึงดูดแปรผันตรงกับความคิดเราเสมอ เมื่อเราคิดถึงสิ่งที่ต้องการ และเพ่งความสนใจไปที่สิ่งนั้นมาก ๆ ซ้ำ ๆ รู้สึกถึงมันในทุกอณูลมหายใจ เราจะพบหนทางที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการไม่ช้าก็เร็วค่ะ หรือในทางจิตวิทยาก็คือการโฟกัสและความมุ่งมั่นในเป้าหมายนั่นเอง และแน่นอนว่ามันเกิดขึ้นกับสิ่งที่เราไม่ต้องการเช่นกันค่ะ เมื่อเราโฟกัส ก่นด่า นึกถึงแต่สิ่งที่ไม่ต้องการ นั่นแปลว่าเรากำลังดึงดูดมันเข้ามา และไม่ช้าก็เร็ว มันจะปรากฎขึ้นในชีวิตจริงของเรา

กฎแห่งแรงดึงดูดทำงานอยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะเชื่อหรือไม่

ไม่ว่าเราจะเข้าใจหรือไม่ มันทำงานอยู่ตลอดทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิด ความคิดเราจะปลดปล่อยคลื่นความถี่ และกลไกของกฎแห่งแรงดึงดูดจะทำงาน แล้วเพื่อน ๆ คิดว่าใน 1 วัน มีความคิดเกิดขึ้นกี่ครั้งในหัวของเรา?

ใช่ค่ะ เราคิดแทบจะตลอดเวลา!

การคิดเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์เราต้องคิดอยู่เสมอ กระบวนการสร้างจึงเกิดขึ้นเสมอ ทุก ๆ ครั้งที่เราคิด สภาพแวดล้อมในชีวิตเรา ผู้คนรอบตัว หรือสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ ล้วนเกิดมาจากกระบวนการสร้างจากความคิดของเรา ละครที่เลือกดู หนังสือที่เลือกอ่าน คนที่เลือกคบ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับความคิดในหัวของเราเสมอ เราสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาเอง หากเราเอาแต่พร่ำบ่นว่าสิ่งที่กำลังเผชิญมันเลวร้ายแค่ไหน แน่นอนว่า มันเลวร้ายอย่างที่เราคิดนั่นแหล่ะคะ และจะเลวร้ายมากยิ่งขึ้นด้วย..

depressedขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

โลกภายใน (Inner world หรือ astral plane) เป็นเช่นไร โลกภายนอก (Outer world) ก็เป็นเช่นนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกภายใน หรือโลกเเห่งจิต ย่อมเกิดขึ้นในโลกภายนอก หรือโลกทางกายภาพ ด้วยเช่นกัน อยากให้ระลึกไว้เสมอค่ะว่า “เราคือผู้สร้าง” เราเลือกได้ว่าจะสร้างโลกภายในเเละโลกภายนอกของเราให้เป็นเเบบไหน

และไม่ว่าเราจะเลือกให้เป็นเเบบไหน โลกภายนอกของเราก็จะเป็นเช่นนั้น เช่น หากเราเลือกเป็นคนขี้อิจฉา เกลียดชังผู้อื่น ชอบติฉินทา มีปัญหาทุกสถานการณ์ เท่ากับเราได้สร้างโลกภายของเราให้มีเเต่สิ่งพวกนี้ เราสร้างเเต่สิ่งที่เราไม่ต้องการขึ้นมา มันก็ดึงดูดเเต่สถานการณ์ที่เลวร้าย สะท้อนออกให้เกิดเเต่เรื่องเเย่ ๆ ในโลกภายนอกของเรา เเต่ถ้าหากเราเติมเต็มความคิดด้านบวกเข้าไปในหัว สัมผัสเเละรู้สึกเเต่สิ่งดี ๆ จากทุกสถานการณ์ เท่ากับเรากำลังสร้างโลกภายในให้เป็นสวรรค์ และมันก็จะดึงดูดเเต่สิ่งดี ๆ เข้ามาสู่ชีวิตเรา

ลองสังเกตดูจะพบว่า คนที่มีความคิดและทัศนคติเชิงบวก มักจะดึงดูดผู้คน โอกาส และสถานการณ์ดี ๆ เข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ และในทางกลับกัน คนที่มีอารมณ์และทัศนคติในเชิงลบ ก็มักจะดึงดูดผู้คนที่มีอารมณ์โกรธเกรี้ยว นิสัยแย่ ๆ และสถานการณ์ที่น่าขุ่นเคืองเข้ามาอยู่บ่อยครั้ง นั่นเพราะเราจะดึงดูดสิ่งที่เรารู้สึกในระดับจิตใต้สำนึก ไม่ว่าเราจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เราจะดึงดูดมันเข้ามา เหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดเหล็กเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปลักษณ์ใด อาจกล่าวได้ว่า

“การใช้ชีวิต คือการทำให้สิ่งที่อยู่ในความคิด ปรากฎออกมาสู่โลกกายภาพ”

successขอบคุณภาพประกอบจาก Unsplash

เราคือศิลปินเอกในชีวิตของเราเอง หากเพื่อน ๆ เชื่อและยอมรับในแนวคิดนี้ เพื่อน ๆ จะสนุกกับการรังสรรชีวิตตามที่ต้องการมากเลยล่ะค่ะ อยากให้โลกภายนอกทางกายภาพของเราเป็นเช่นไร ก็แค่สร้างโลกภายในเเห่งจิตให้เป็นเช่นนั้น เราเพียงต้องระมัดระวังความคิด เลือกที่จะคิดทุกอย่างอย่างรอบคอบ เลือกให้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงในชีวิต

แน่นอนว่าแม้หลักการมันจะไม่ได้ซับซ้อน แต่ก็ไม่ง่ายเลยในการคิดถึงแต่สิ่งที่ต้องการได้เสมอ บทความหน้าจะขอแบ่งปันเทคนิคที่จะทำให้เราสามารถใช้กฎแห่งแรงดึงดูดในการผลักดันให้เกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นในชีวิต ในแบบที่สามารถนำไปฝึกฝนตามกันได้ อย่าลืมติดตามกันนะคะ

หากสนใจบทความดี ๆ แบบนี้ สามารถกดเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ในหน้าโปรไฟล์ของดารัณได้เลยค่า :)

 

เรื่อง : ดารัณ พันสวะนัด (ผู้เขียน)

ขอบคุณภาพประกอบปกจาก : Unsplash